ข้ามไปยังเนื้อหาบทความ
ภาพปกเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดบนโต๊ะสีขาว

สเต็มเซลล์กับเบาหวาน: ตัวเลข HbA1c ที่โรงพยาบาล EHL รายงานหมายความว่าอะไร

อ่านเคสตัวอย่างอย่างมีวิจารณญาณ

คำตอบสั้น

โรงพยาบาล EHL Bio เผยแพร่เคสตัวอย่างผู้ป่วยเบาหวานที่ค่าน้ำตาลลดจาก 300 เหลือ 120 mg/dL และ HbA1c (NGSP) ลดจาก 10.8% เหลือ 6.3% หลังการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ ตัวเลขนี้น่าสนใจแต่เป็นข้อมูลระดับเคสเดียว ไม่ใช่ผลจากการทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม แนวคิดทางวิทยาศาสตร์คือ MSC ช่วยลดการอักเสบเรื้อรังและภาวะดื้ออินซูลิน ไม่ใช่การสร้างเซลล์เบต้าใหม่ทดแทนทั้งหมด

ข้อมูลสำคัญ

เคสตัวอย่าง: น้ำตาล
300 → 120 mg/dL
HbA1c (NGSP)
10.8% → 6.3%
HbA1c (IFCC)
95 → 45
กลไกที่อ้าง
ลดอักเสบ ลดภาวะดื้ออินซูลิน
ระดับหลักฐาน
เคสตัวอย่างจากผู้ผลิต

อ่านค่า HbA1c ให้เป็นก่อน

HbA1c สะท้อนค่าน้ำตาลเฉลี่ยราว 2-3 เดือน การลดจาก 10.8% เหลือ 6.3% ถือว่ามากในทางคลินิก แต่การเปลี่ยนแปลงระดับนี้ก็เกิดได้จากการปรับยา อาหาร และการลดน้ำหนักร่วมด้วย ซึ่งเคสตัวอย่างมักไม่ได้แยกปัจจัยเหล่านี้ออกจากกัน

กลไกที่เซลล์บำบัดอาจช่วยในเบาหวานชนิดที่ 2

สำหรับเบาหวานชนิดที่ 2 กลไกที่เซลล์บำบัดน่าจะช่วยได้คือการลดการอักเสบในเนื้อเยื่อไขมันและตับ ทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น ส่วนเบาหวานชนิดที่ 1 ที่เซลล์เบต้าถูกทำลายจากภูมิคุ้มกัน แนวทางวิจัยจะเน้นการปรับภูมิคุ้มกันและการสร้างเซลล์ผลิตอินซูลินซึ่งซับซ้อนกว่ามาก

สิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลชัดเจนกว่า

สิ่งที่ยังพิสูจน์แล้วว่าได้ผลชัดเจนกว่าคือการลดน้ำหนัก 5-10% การออกกำลังกายแบบผสมผสาน การใช้ยากลุ่ม metformin, GLP-1 receptor agonist และ SGLT2 inhibitor ซึ่งมีข้อมูลลดภาวะแทรกซ้อนหัวใจและไตอย่างชัดเจน

ถ้าจะทำ ควรทำเป็นส่วนเสริมเมื่อไร

ถ้าจะพิจารณาเซลล์บำบัด ควรใช้เป็นส่วนเสริมหลังจากคุมพื้นฐานได้แล้ว และต้องไม่ลดหรือหยุดยาเบาหวานเองโดยเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลสูงเฉียบพลัน

คำถามที่พบบ่อย

  • สเต็มเซลล์ทำให้หยุดยาเบาหวานได้ไหม

    ไม่ควรคาดหวังเช่นนั้น การปรับยาต้องทำโดยแพทย์ตามผลเลือดจริงเท่านั้น

  • เบาหวานชนิดที่ 1 ใช้ได้ไหม

    ยังเป็นงานวิจัยระยะต้น เพราะต้องแก้ทั้งภูมิคุ้มกันที่ทำลายเซลล์เบต้าและการสร้างเซลล์ผลิตอินซูลินใหม่

  • ควรตรวจอะไรก่อนตัดสินใจ

    HbA1c, ค่าไต (eGFR, ปัสสาวะโปรตีน), ตรวจตา, ตรวจเท้า และไขมันในเลือด เพื่อประเมินภาวะแทรกซ้อนที่มีอยู่

  • ผลอยู่ได้นานไหม

    ไม่มีข้อมูลระยะยาวที่หนักแน่น หากไม่ปรับพฤติกรรมร่วมด้วย ค่าน้ำตาลมักกลับมาสูงเช่นเดิม

ข้อควรระวังทางการแพทย์

5 ข้อ • ตรวจทานล่าสุด 2026-08-28

ขยายอ่าน
  • เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
  • ผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเทคนิคของแพทย์ผู้รักษา
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีใบอนุญาตและตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจรักษาทุกครั้ง
  • การรักษาบางรายการ (เช่น สเต็มเซลล์บางประเภท) มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่างกันในแต่ละประเทศ โปรดตรวจสอบกฎหมายไทยและเกาหลีก่อนเดินทาง
  • ราคา แพ็กเกจ และรายละเอียดบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับสถานพยาบาลโดยตรงก่อนชำระเงิน

ตรวจทานและอัปเดตล่าสุด: 2026-08-28

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

10 แหล่ง • ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกข้อมูล

ขยายอ่าน
  1. 1. EHL Bio — หน้าแนะนำบริษัท

    https://www.ehlbio.co.kr/company/about/

  2. 2. EHL Bio — ประวัติบริษัท

    https://www.ehlbio.co.kr/company/history/

  3. 3. EHL Bio — ศูนย์ GMP

    https://www.ehlbio.co.kr/rd/gmp/

  4. 4. EHL Bio — ยาสเต็มเซลล์และไปป์ไลน์

    https://www.ehlbio.co.kr/rd/institute/

  5. 5. EHL Bio — สิทธิบัตรและงานวิจัย

    https://www.ehlbio.co.kr/rd/patent/

  6. 6. EHL Bio — น้ำเลี้ยงสเต็มเซลล์ EHL-STEM

    https://www.ehlbio.co.kr/conditioned/

  7. 7. EHL Bio — เซลล์ภูมิคุ้มกัน

    https://www.ehlbio.co.kr/immune_cell/

  8. 8. EHL Bio — กลุ่มโรคเป้าหมาย

    https://www.ehlbio.co.kr/cure/index/

  9. 9. EHL Bio — ที่ตั้งและการติดต่อ

    https://www.ehlbio.co.kr/company/contact/

  10. 10. บทความต้นฉบับบน khunkim.com (ฉบับก่อนย้ายระบบ)

    https://www.ehlbio.co.kr/cure/diabetes/

ดูคลังแหล่งข้อมูลอ้างอิงทั้งหมด →

แชร์หน้านี้

อัปเดตล่าสุด: 2026-08-28 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา

กลับไปยังแถบหมวดหมู่
ดูบทความทั้งหมด

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: เบาหวานและแผลเรื้อรัง

ดูทั้งหมดในหมวดนี้