ข้ามไปยังเนื้อหาบทความ
ภาพปกเซลล์ทีลิมโฟไซต์เรืองแสงในภาพจุลทรรศน์

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองกับสเต็มเซลล์: หลักการสมดุล Th1/Th2

ทำไมการปรับภูมิคุ้มกันจึงเป็นหัวใจของเซลล์บำบัด

คำตอบสั้น

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองมีมากกว่า 100 โรค เกิดเมื่อสมดุลระหว่างเซลล์ที ชนิด Th1 และ Th2 เสียไป ทำให้ภูมิคุ้มกันโจมตีเนื้อเยื่อของตัวเอง โรงพยาบาล EHL Bio อธิบายว่าสเต็มเซลล์มีฤทธิ์ทำให้สมดุล Th1/Th2 กลับมา จึงมีศักยภาพในการควบคุมโรคกลุ่มนี้ นอกจากนี้ยังช่วยปรับภูมิคุ้มกันที่ต่ำเกินไปหรือทำงานมากเกินไปให้กลับสู่ภาวะสมดุล ซึ่งเป็นเหตุผลที่เซลล์บำบัดถูกนำไปทดลองในโรคหลายชนิด ตั้งแต่ผิวหนังภูมิแพ้ถึงข้ออักเสบรูมาตอยด์

ข้อมูลสำคัญ

จำนวนโรคในกลุ่ม
มากกว่า 100 โรค
หลักการ
ปรับสมดุล Th1/Th2
กลไกเสริม
เพิ่ม regulatory T cell
ต่างจากสเตียรอยด์
ปรับสมดุล ไม่ใช่กดภูมิทั้งระบบ
ข้อควรระวัง
ห้ามหยุดยากดภูมิเอง

Th1 และ Th2 ทำงานอย่างไร

Th1 และ Th2 คือเซลล์ทีผู้ช่วยสองกลุ่มที่ทำงานคนละด้าน Th1 เกี่ยวข้องกับการกำจัดเชื้อในเซลล์และการอักเสบ ส่วน Th2 เกี่ยวข้องกับการสร้างแอนติบอดีและปฏิกิริยาภูมิแพ้ เมื่อด้านใดด้านหนึ่งเด่นเกินไปจะเกิดโรคภูมิแพ้หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองตามมา

MSC ปรับภูมิคุ้มกันด้วยกลไกใดบ้าง

MSC ออกฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกันหลายทาง ทั้งการเพิ่มเซลล์ทีควบคุม (regulatory T cell) การลดการทำงานของเซลล์นำเสนอแอนติเจน และการหลั่งสารต้านการอักเสบ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับสู่ภาวะสมดุลมากกว่าการกดภูมิลงทั้งระบบเหมือนยาสเตียรอยด์

ข้อควรระวังเฉพาะโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง

จุดที่ต้องระวังคือโรคกลุ่มนี้จำนวนมากยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด และบางโรคมีภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต การเปลี่ยนไปใช้เซลล์บำบัดโดยละทิ้งยากดภูมิที่ควบคุมโรคอยู่จึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรทำ

ถามข้อมูลเฉพาะโรคของตัวเองเสมอ

ผู้ป่วยที่พิจารณาทางเลือกนี้ควรถามถึงข้อมูลเฉพาะโรคของตัวเอง เพราะหลักฐานในโรคหนึ่งไม่ได้แปลว่าใช้ได้กับอีกโรค เช่น ข้อมูลใน graft-versus-host disease ต่างจากข้อมูลใน SLE หรือ multiple sclerosis อย่างสิ้นเชิง

คำถามที่พบบ่อย

  • โรค SLE ใช้สเต็มเซลล์ได้ไหม

    มีงานวิจัยอยู่แต่ยังไม่ใช่การรักษามาตรฐาน ผู้ป่วย SLE ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์รูมาโตโลจีอย่างต่อเนื่อง

  • เซลล์บำบัดกดภูมิคุ้มกันจนติดเชื้อง่ายไหม

    แนวคิดคือปรับสมดุลมากกว่ากดภูมิ แต่การเฝ้าระวังการติดเชื้อหลังการรักษายังจำเป็นเสมอ

  • ต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน

    ขึ้นกับโรคและโปรโตคอล บางแนวทางให้ 2 ครั้ง บางแนวทางให้ซ้ำหลายรอบตามการตอบสนอง

  • ตรวจอะไรเพื่อดูว่าดีขึ้น

    ใช้ตัวชี้วัดเฉพาะโรค เช่น ค่าอักเสบ ESR/CRP แบบประเมินความรุนแรงของโรค และอาการทางคลินิกที่วัดได้

แชร์หน้านี้

อัปเดตล่าสุด: 2026-08-28 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา

กลับไปยังแถบหมวดหมู่

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: ข้อและภูมิคุ้มกัน

ดูทั้งหมดในหมวดนี้