คำตอบสั้น
โรคลูปัสคือโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองที่กระทบได้ทั้งผิวหนัง ข้อ ไต และเลือด การรักษาหลักคือยาปรับภูมิและสเตียรอยด์ตามความรุนแรง งานวิจัย MSC สนใจกลุ่มที่ดื้อต่อการรักษามาตรฐาน โดยหวังผลจากการเพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดควบคุมและลดการอักเสบ

โรคที่กระทบหลายอวัยวะและกำเริบเป็นช่วง
คำตอบสั้น
โรคลูปัสคือโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองที่กระทบได้ทั้งผิวหนัง ข้อ ไต และเลือด การรักษาหลักคือยาปรับภูมิและสเตียรอยด์ตามความรุนแรง งานวิจัย MSC สนใจกลุ่มที่ดื้อต่อการรักษามาตรฐาน โดยหวังผลจากการเพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดควบคุมและลดการอักเสบ
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่สุดในลูปัสคือการอักเสบของไต (lupus nephritis) เพราะเป็นสาเหตุหลักของการเสียการทำงานของไตระยะยาว ผู้ป่วยจึงต้องตรวจปัสสาวะและค่าไตสม่ำเสมอแม้ช่วงที่อาการภายนอกสงบ
MSC มีคุณสมบัติกดการทำงานของ T cell และ B cell ที่เกินพอดี และเพิ่มสัดส่วน Treg ในงานวิจัยบางชิ้นจึงเห็นการลดลงของแอนติบอดีต่อ dsDNA และการลดขนาดยาสเตียรอยด์ได้ในบางราย แต่ยังต้องการข้อมูลระยะยาวเพิ่ม
คำแนะนำที่ปลอดภัยคือผู้ป่วยลูปัสไม่ควรลดยาเองหลังรับเซลล์บำบัด การลดสเตียรอยด์ต้องค่อยเป็นค่อยไปภายใต้แพทย์รูมาโต เพราะการหยุดกะทันหันทำให้เกิดทั้งการกำเริบและภาวะต่อมหมวกไตล้า
ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด เป้าหมายคือควบคุมโรคให้สงบและป้องกันความเสียหายของอวัยวะ
ต้องให้แพทย์ประเมิน เพราะช่วงกำเริบรุนแรงมักต้องคุมด้วยการรักษามาตรฐานก่อน
โรคลูปัสคือโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองที่กระทบได้ทั้งผิวหนัง ข้อ ไต และเลือด การรักษาหลักคือยาปรับภูมิและสเตียรอยด์ตามความรุนแรง งานวิจัย MSC สนใจกลุ่มที่ดื้อต่อการรักษามาตรฐาน โดยหวังผลจากการเพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดควบคุมและลดการอักเสบ
อวัยวะเสี่ยงสำคัญ: ไต (lupus nephritis)
5 ข้อ • ตรวจทานล่าสุด 2026-08-28
ตรวจทานและอัปเดตล่าสุด: 2026-08-28
10 แหล่ง • ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกข้อมูล
https://www.ehlbio.co.kr/company/about/
https://www.ehlbio.co.kr/company/history/
https://www.ehlbio.co.kr/rd/gmp/
https://www.ehlbio.co.kr/rd/institute/
https://www.ehlbio.co.kr/rd/patent/
https://www.ehlbio.co.kr/conditioned/
https://www.ehlbio.co.kr/immune_cell/
https://www.ehlbio.co.kr/cure/index/
https://www.ehlbio.co.kr/company/contact/
https://www.ehlbio.co.kr
อัปเดตล่าสุด: 2026-08-28 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา
กลับไปยังแถบหมวดหมู่หัวข้อที่เกี่ยวข้อง: ข้อและภูมิคุ้มกัน