
คังนัม โซล · SVF & เวชศาสตร์ฟื้นฟู
บาโนบากิ (Banobagi) — การรักษาด้วย SVF
ฟื้นฟูผิว ชะลอวัย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ด้วยเซลล์จากร่างกายตัวเอง ย่านคังนัม กรุงโซล
- เซลล์ใน SVF
- 5
- รอดของเซลล์จากเลือด
- 96.7%
- ขั้นตอนการรักษา
- 4
คำตอบสั้น
โรงพยาบาลบาโนบากิ (바노바기성형외과) ย่านคังนัม กรุงโซล เปิดบริการรักษาด้วย SVF ซึ่งย่อมาจาก Stromal Vascular Fraction คือการนำเลือด ไขมัน และไขกระดูกของผู้รับบริการเองมาสกัดเป็นชุดเซลล์ 5 ประเภท ได้แก่ เซลล์ SVF ปัจจัยการเจริญเติบโต SDF-1α เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด แล้วนำกลับไปใช้เพื่อฟื้นฟูผิว ชะลอวัย เสริมภูมิคุ้มกัน และรักษาแผลเป็น ขั้นตอนมี 4 STEP จบภายในกระบวนการเดียว โดยเตรียมเซลล์ในตู้ปลอดเชื้อแบบ One-stop ของโรงพยาบาลเอง คลินิกรายงานอัตราการรอดของเซลล์ SVF จากเลือดที่ 96.7 ± 2.32% และจากไขกระดูกที่ 90.73 ± 2.35%
SVF คืออะไร และประกอบด้วยเซลล์อะไรบ้าง
SVF ย่อมาจาก Stromal Vascular Fraction ไม่ใช่เซลล์ชนิดเดียว แต่เป็นส่วนผสมของเซลล์ 5 ประเภทที่สกัดจากเลือด ไขมัน และไขกระดูกของผู้รับบริการเอง บาโนบากิระบุว่าแต่ละประเภททำหน้าที่ต่างกัน และทำงานร่วมกันเป็นชุดเดียว

เซลล์ SVF
แกนหลักของการรักษา คลินิกระบุว่าเซลล์กลุ่มนี้เข้ากับเนื้อเยื่อหรืออวัยวะส่วนใดของร่างกายก็ได้ จึงถูกใช้เป็นตัวหลักในการซ่อมแซม
ปัจจัยการเจริญเติบโต
ส่งเสริมการแบ่งตัว การเติบโต และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์ ทำหน้าที่รองรับให้เซลล์ SVF แปรสภาพไปตามเนื้อเยื่อเป้าหมาย
SDF-1α
ทำหน้าที่เหมือนสัญญาณนำทาง ดึงเซลล์ SVF ให้เคลื่อนเข้าไปรวมตัวยังบริเวณที่ต้องการรักษา
เซลล์เม็ดเลือดขาว
ส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ต่อสู้กับแบคทีเรียโดยตรงและช่วยป้องกันการติดเชื้อในบริเวณที่ได้รับการรักษา
เกล็ดเลือด
ห้ามเลือดและปล่อย α-granules ซึ่งคลินิกระบุว่าช่วยกระตุ้นการทำงานของสเต็มเซลล์ในบริเวณเดียวกัน
การรักษาด้วย SVF เหมาะกับใคร
บาโนบากิระบุกลุ่มที่เหมาะไว้ 5 เคส ตั้งแต่ปัญหาผิวไปจนถึงการเสริมภูมิคุ้มกันและการรักษาแผลเป็น
Case.01
ผิวแห้งเสียและปัญหาผิวหนัง
ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูหรือแก้ไขผิวแห้งเสีย รวมถึงกลุ่มที่มีปัญหาโรคผิวหนังเรื้อรังที่ดูแลด้วยเวชสำอางทั่วไปแล้วยังไม่ดีขึ้น
Case.02
สีผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย และผมร่วง
ผู้ที่ต้องการปรับสีผิวให้กระจ่างขึ้น ลดริ้วรอย และดูแลปัญหาผมร่วงไปพร้อมกันในคอร์สเดียว
Case.03
ต้องการเพิ่มภูมิคุ้มกัน
กลุ่มที่ต้องการเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยรวม มักเลือกให้ทางหลอดเลือดดำ (IV therapy) มากกว่าการฉีดเฉพาะจุด
Case.04
ริ้วรอยและร่องลึกจากอายุที่มากขึ้น
ผู้ที่ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัยจนเกิดริ้วรอยและร่องลึก ซึ่งฟิลเลอร์หรือสกินบูสเตอร์ตอบโจทย์เพียงชั่วคราว
Case.05
แผลเป็นจากไฟไหม้หรือหลังผ่าตัด
ผู้ที่ต้องการรักษาแผลเป็นจากไฟไหม้หรือแผลเป็นหลังการผ่าตัด โดยอาศัยกลไกการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
ขั้นตอนการรักษาด้วย SVF มีอะไรบ้าง
- 1
STEP 1
ปรึกษาแพทย์แบบตัวต่อตัว
แพทย์ประเมินสภาพผิว สุขภาพโดยรวม และเป้าหมายของผู้รับบริการแบบ 1:1 ก่อนตัดสินใจว่าเหมาะกับ SVF หรือไม่
- 2
STEP 2
วางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์
กำหนดแหล่งที่จะเก็บเซลล์ จำนวนครั้ง และบริเวณเป้าหมาย พร้อมอธิบายความเสี่ยงและสิ่งที่ควรงดก่อนเข้ารับการรักษา
- 3
STEP 3
เก็บเลือดและไขกระดูก
ทีมแพทย์เก็บตัวอย่างจากร่างกายของผู้รับบริการเอง ซึ่งเป็นเหตุผลที่คลินิกระบุว่ามีวิสัญญีแพทย์ประจำโรงพยาบาลตลอดเวลา
- 4
STEP 4
จำแนกและทำให้เซลล์เข้มข้น
ตัวอย่างเข้าสู่ตู้ปลอดเชื้อแบบ One-stop เพื่อสกัด แยก และทำให้เข้มข้น จากนั้นนับจำนวนเซลล์ก่อนนำกลับไปใช้รักษา

อัตราการรอดของเซลล์ที่บาโนบากิรายงาน
คลินิกวัดจำนวนเซลล์ที่ยังมีชีวิตหลังการปั่นแยกและทำให้เข้มข้นในปริมาณมาตรฐาน 40 มิลลิลิตร ตัวเลขนี้ควรอ่านในฐานะข้อมูลที่โรงพยาบาลเผยแพร่เอง และควรขอให้ยืนยันซ้ำในวันเข้าปรึกษา

SVF จากเลือด
เม็ดเลือด SVF
96.7 ± 2.32%
อัตราการรอดของเซลล์ที่คลินิกรายงาน วัดจากจำนวนเซลล์มีชีวิตหลังการปั่นแยกและทำให้เข้มข้นในปริมาณมาตรฐาน 40 มล.

SVF จากไขกระดูก
เซลล์สร้างเม็ดเลือด
90.73 ± 2.35%
ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่โรงพยาบาลเผยแพร่เอง ไม่ใช่ผลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์แบบ peer-review
จุดที่บาโนบากิระบุว่าเป็นของตัวเอง
โรงพยาบาลมีศูนย์วิจัยสเต็มเซลล์แยกต่างหาก โดยมีนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพทำงานเต็มเวลาประจำที่โรงพยาบาล นี่คือ 5 จุดที่คลินิกยกขึ้นมาเป็นข้อได้เปรียบ

ตู้ปลอดเชื้อแบบ One-stop
การสกัด แยก และทำให้เซลล์เข้มข้นเกิดขึ้นในระบบปิดชุดเดียว ลดช่วงเวลาที่เซลล์สัมผัสสภาพแวดล้อมภายนอกซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการปนเปื้อนมากที่สุด

ได้เซลล์ในปริมาณที่เหมาะสม
หลังเก็บเลือด ไขมัน และไขกระดูกแล้ว คลินิกทดสอบจำนวนเซลล์เพื่อยืนยันว่ามีเซลล์เพียงพอต่อการรักษาก่อนเริ่มขั้นตอนถัดไป

การจัดการคุณภาพเซลล์
เซลล์ที่คัดแยกและสกัดออกมาถูกดูแลอย่างเป็นระบบเพื่อให้ยังอยู่ในสภาพที่ปลูกถ่ายกลับได้ ไม่ใช่แค่มีจำนวนมากแต่เซลล์เสื่อมสภาพ

ระบบจัดเก็บสเต็มเซลล์
โรงพยาบาลมีเทคโนโลยีจัดเก็บที่แยกวิเคราะห์เซลล์ตามประเภทและวัตถุประสงค์ เพื่อเก็บไว้ใช้กับการรักษาในอนาคต

ระบบสกัดพร้อมเทคโนโลยีนับเซลล์
คลินิกระบุว่าใช้ระบบสกัดสเต็มเซลล์ร่วมกับเทคโนโลยีนับเซลล์ขั้นสูง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตัวเลขอัตราการรอดของเซลล์ถูกนำมาแสดงเป็นสถิติได้
ข้อควรระวังก่อนและหลังการรักษา
งดแอสไพรินและแผ่นแปะอย่างน้อย 2 สัปดาห์
คลินิกระบุให้หลีกเลี่ยงยากลุ่มแอสไพรินและพลาสเตอร์ยาก่อนและหลังการรักษาอย่างน้อยสองสัปดาห์ เพราะอาจรบกวนการทำงานของสเต็มเซลล์
อาจปวดกล้ามเนื้อหลังการรักษา
ผู้รับบริการบางรายมีอาการปวดกล้ามเนื้อหลังทำ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ถือเป็นอาการที่คลินิกแจ้งไว้ล่วงหน้า
ปวดมากให้ใช้ยาแก้ปวดพาราเซตามอล
กรณีปวดมาก คลินิกแนะนำยาแก้ปวดกลุ่มไทลินอล (พาราเซตามอล) ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำให้เลี่ยงยากลุ่มแอสไพริน
ใช้ยาสมุนไพรอยู่ต้องแจ้งแพทย์
หากกำลังรับประทานยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมสมุนไพร ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและกระบวนการรักษา
มาตรฐานที่โรงพยาบาลยึดถือ
- ใช้เครื่องมือแพทย์ที่ได้รับการรับรองแล้วเท่านั้น
- มีวิสัญญีแพทย์ประจำอยู่ในโรงพยาบาลตลอดเวลาทำการ
- ผ่าตัดภายใต้ชื่อจริงของศัลยแพทย์ผู้รับผิดชอบ ไม่มีการสลับหมอ
- มีล่ามส่วนตัวดูแลแบบ 1:1 พร้อมบริการที่พักและที่จอดรถ
- แพทย์เฉพาะทางแยกตามสาขา พร้อมศูนย์วิจัยสเต็มเซลล์และนักวิจัยชีวเทคโนโลยีประจำโรงพยาบาล

วิดีโอจากช่องทางการของโรงพยาบาล
เผยแพร่โดยช่อง Thai BANOBAGI ของโรงพยาบาลเอง กดเล่นเพื่อโหลดวิดีโอ
โรงพยาบาลบาโนบากิอยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร
- ที่อยู่
- 517 ถนนนนฮยอน-โร เขตคังนัม กรุงโซล
- รถไฟใต้ดิน
- สถานียอกซัม (Yeoksam) สาย 2 ทางออก 6 เดินตรง 100 เมตร หรือสถานีออนจู (Eonju) สาย 9 ทางออก 7 เดิน 400 เมตร
- จันทร์–ศุกร์
- 09:30–17:30
- เสาร์
- 09:30–15:30
- ปรึกษาออนไลน์
- จันทร์–ศุกร์ 09:30–18:00
- วันหยุด
- ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- ติดต่อภาษาไทย
- 099-112-4777 · LINE @thaibanobagi
ข้อมูลสำคัญ
- โซน
- คังนัม (ยอกซัม)
- สถานีรถไฟฟ้า
- ยอกซัม สาย 2 ทางออก 6
- เซลล์ใน SVF
- 5 ประเภท
- อัตรารอดเซลล์จากเลือด
- 96.7 ± 2.32%
- อัตรารอดเซลล์จากไขกระดูก
- 90.73 ± 2.35%
- ภาษาที่ให้บริการ
- เกาหลี อังกฤษ ไทย
สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนคือ SVF ไม่ใช่ชื่อของเซลล์ชนิดหนึ่ง แต่เป็นชื่อของ “ส่วนผสม” ที่ได้จากการปั่นแยกเนื้อเยื่อของผู้รับบริการเอง บาโนบากิระบุว่าในหนึ่งชุดมีเซลล์ 5 ประเภททำงานคนละหน้าที่ เซลล์ SVF เป็นแกนหลักที่เข้ากับเนื้อเยื่อส่วนใดของร่างกายก็ได้ ปัจจัยการเจริญเติบโตช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวและการเปลี่ยนสภาพ SDF-1α ทำหน้าที่เป็นสัญญาณนำทางให้เซลล์เคลื่อนไปยังจุดที่ต้องการรักษา ส่วนเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดดูแลเรื่องการติดเชื้อและการห้ามเลือดในบริเวณเดียวกัน
จุดที่ทำให้หน้านี้ต่างจากคลินิกสเต็มเซลล์ทั่วไปในโซลคือโรงพยาบาลเผยแพร่ตัวเลขอัตราการรอดของเซลล์เอาไว้ตรง ๆ SVF จากเลือดอยู่ที่ 96.7 ± 2.32% และ SVF จากไขกระดูกอยู่ที่ 90.73 ± 2.35% ทั้งสองค่าวัดจากจำนวนเซลล์ที่ยังมีชีวิตหลังการปั่นแยกและทำให้เข้มข้นในปริมาณมาตรฐาน 40 มิลลิลิตร ตัวเลขนี้มีประโยชน์สำหรับใช้เปรียบเทียบ แต่ต้องอ่านอย่างระวัง เพราะเป็นข้อมูลที่โรงพยาบาลเผยแพร่เอง ไม่ได้มาจากงานวิจัยที่ผ่านการตรวจทานโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก
กระบวนการรักษาแบ่งเป็น 4 ขั้น เริ่มจากปรึกษาแพทย์แบบตัวต่อตัว วางแผนว่าจะเก็บเซลล์จากแหล่งใดและเป้าหมายอยู่ตรงไหน จากนั้นเก็บเลือดและไขกระดูก แล้วจึงเข้าสู่ขั้นจำแนกเซลล์ในตู้ปลอดเชื้อ ข้อดีของระบบปิดแบบ One-stop คือลดช่วงเวลาที่เซลล์สัมผัสอากาศภายนอก ซึ่งเป็นจังหวะที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนมากที่สุด และก่อนนำเซลล์กลับไปใช้ คลินิกจะนับจำนวนเซลล์เพื่อยืนยันว่าเพียงพอต่อการรักษาจริง
กลุ่มที่คลินิกระบุว่าเหมาะมี 5 เคส ได้แก่ ผิวแห้งเสียและโรคผิวหนัง สีผิวหมองคล้ำร่วมกับริ้วรอยและผมร่วง ผู้ที่ต้องการเพิ่มภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นจนเกิดร่องลึกตามวัย และผู้ที่ต้องการรักษาแผลเป็นจากไฟไหม้หรือหลังผ่าตัด สามกลุ่มแรกมักจบด้วยการให้ทางหลอดเลือดดำ (IV therapy) ส่วนสองกลุ่มหลังมักใช้การฉีดเฉพาะจุดร่วมด้วย ควรถามแพทย์ให้ชัดว่าแผนของคุณอยู่ในรูปแบบใดและต้องทำกี่ครั้ง
เรื่องที่คนไทยมักมองข้ามคือข้อควรระวัง บาโนบากิระบุให้งดยากลุ่มแอสไพรินและแผ่นแปะยาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังการรักษา เพราะอาจรบกวนการทำงานของสเต็มเซลล์ หลังทำอาจมีอาการปวดกล้ามเนื้อได้ตามสภาพร่างกายแต่ละคน กรณีปวดมากให้ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอลแทน และหากกำลังรับประทานยาสมุนไพรอยู่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ ข้อนี้สำคัญสำหรับผู้ที่ทานยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมเป็นประจำ
ในเชิงโครงสร้างโรงพยาบาล บาโนบากิมีศูนย์วิจัยสเต็มเซลล์แยกต่างหากพร้อมนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพประจำเต็มเวลา มีวิสัญญีแพทย์ประจำในโรงพยาบาล ระบุว่าผ่าตัดภายใต้ชื่อจริงของศัลยแพทย์ผู้รับผิดชอบ และมีล่ามส่วนตัวดูแลแบบ 1:1 สำหรับผู้ป่วยต่างชาติ สำหรับคนไทยมีทีมงานภาษาไทยและ LINE ทางการโดยตรง ทำให้สอบถามราคาและนัดหมายล่วงหน้าได้ก่อนบิน
คำถามที่พบบ่อย
SVF ต่างจากสเต็มเซลล์แบบเพาะเลี้ยงอย่างไร?
SVF คือส่วนผสมของเซลล์ 5 ประเภทที่ได้จากการปั่นแยกเนื้อเยื่อของผู้รับบริการเองโดยตรง ไม่ใช่เซลล์ชนิดเดียวที่ผ่านการเพาะเลี้ยงในห้องแล็บให้เพิ่มจำนวนก่อน ข้อดีคือกระบวนการสั้นและใช้เนื้อเยื่อของตัวเอง แต่จำนวนเซลล์ที่ได้จะขึ้นกับปริมาณที่เก็บมาในวันนั้น
ต้องเก็บทั้งเลือดและไขกระดูกเสมอไหม?
ไม่เสมอไป ขั้นตอนที่โรงพยาบาลเผยแพร่ระบุการเก็บเลือดและไขกระดูกไว้ใน STEP 3 แต่แหล่งที่ใช้จริงขึ้นกับแผนการรักษาที่ตกลงกับแพทย์ในขั้นปรึกษา ควรถามให้ชัดว่าเคสของคุณเก็บจากแหล่งใดบ้าง
อัตราการรอดของเซลล์ 96.7% หมายความว่าอะไร?
หมายถึงสัดส่วนของเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่หลังการปั่นแยกและทำให้เข้มข้นจากปริมาณมาตรฐาน 40 มิลลิลิตร ไม่ได้หมายถึงอัตราความสำเร็จของการรักษาหรือการรับประกันผลลัพธ์บนใบหน้าหรือร่างกายของคุณ
ต้องงดอะไรก่อนเข้ารับการรักษา?
โรงพยาบาลระบุให้งดยากลุ่มแอสไพรินและพลาสเตอร์ยาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอาจรบกวนการทำงานของสเต็มเซลล์ และหากรับประทานยาสมุนไพรอยู่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
หลังทำมีอาการอะไรได้บ้าง?
อาการที่โรงพยาบาลแจ้งไว้คืออาจปวดกล้ามเนื้อ ขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละคน หากปวดมากให้ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล ส่วนบริเวณที่เก็บตัวอย่างและฉีดอาจมีรอยเข็มหรือรอยช้ำได้
SVF ช่วยเรื่องผมร่วงได้จริงไหม?
คลินิกจัดผมร่วงไว้ในเคสที่ 2 ร่วมกับการปรับสีผิวและริ้วรอย หมายความว่าเป็นกลุ่มที่คลินิกรับดูแล ไม่ใช่การรับประกันว่าผมจะกลับมาเท่าเดิม ควรถามแพทย์ว่าเคสของคุณอยู่ในระยะที่ยังตอบสนองได้หรือไม่
บาโนบากิอยู่ที่ไหน เดินทางอย่างไร?
อยู่ที่ 517 ถนนนนฮยอน-โร เขตคังนัม กรุงโซล เดินจากสถานียอกซัม สาย 2 ทางออก 6 ตรงมา 100 เมตร หรือจากสถานีออนจู สาย 9 ทางออก 7 เดิน 400 เมตร เปิดจันทร์–ศุกร์ 09:30–17:30 เสาร์ 09:30–15:30 ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
สอบถามเป็นภาษาไทยได้ไหม?
ได้ โรงพยาบาลมีเว็บไซต์ภาษาไทย ทีมงานภาษาไทย และ LINE ทางการ @thaibanobagi พร้อมบริการล่ามส่วนตัวแบบ 1:1 สำหรับผู้ป่วยต่างชาติ
แหล่งอ้างอิง
ข้อมูลการรักษา สถิติ และที่ตั้งในหน้านี้เรียบเรียงจากช่องทางทางการของโรงพยาบาลต่อไปนี้ ตรวจสอบซ้ำทุกครั้งที่อัปเดตหน้า
อัปเดตล่าสุด: 2026-08-14 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา