ข้ามไปยังเนื้อหาบทความ
ภาพปกหมวดสเต็มเซลล์: คลัสเตอร์เซลล์ต้นกำเนิดเรืองแสงบนพื้นดำ

MSC (Mesenchymal Stem Cell) คืออะไร ทำงานอย่างไรในร่างกาย

พื้นฐานทางชีววิทยาของสเต็มเซลล์ชนิดที่คลินิกชองดัมเซลล์ใช้

คำตอบสั้น

MSC หรือ Mesenchymal Stem Cell คือสเต็มเซลล์ที่พบในไขกระดูก ไขมัน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่น ๆ มีคุณสมบัติแบ่งตัวและเปลี่ยนไปเป็นเซลล์กระดูก กระดูกอ่อน หรือไขมันได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังหลั่งสารกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน คลินิกชองดัมเซลล์ (Cheongdam Cell Clinic) ใช้ MSC จากไขกระดูกของผู้ป่วยเองในโปรแกรมสเต็มเซลล์ทุกรายการ

ข้อมูลสำคัญ

ชื่อเต็ม
Mesenchymal Stem Cell (MSC)
ประเภท
Adult stem cell (multipotent)
แหล่งที่พบ
ไขกระดูก ไขมัน สายสะดือ
แหล่งที่คลินิกชองดัมเซลล์ใช้
ไขกระดูกของผู้ป่วยเอง (autologous)
กลไกหลักที่เชื่อกันในปัจจุบัน
กลไกพาราไครน์ (paracrine signalling)

ในทางชีววิทยา สเต็มเซลล์ (stem cell) แบ่งกว้าง ๆ ได้เป็นสามกลุ่มหลัก คือ เอ็มบริโอนิกสเต็มเซลล์ (embryonic stem cell) สเต็มเซลล์ที่ปรับสภาพใหม่ (induced pluripotent stem cell) และสเต็มเซลล์ตัวเต็มวัยหรือ adult stem cell ซึ่ง Mesenchymal Stem Cell หรือ MSC จัดอยู่ในกลุ่มสุดท้ายนี้ MSC พบได้ในหลายตำแหน่งของร่างกาย เช่น ไขกระดูก เนื้อเยื่อไขมัน สายสะดือ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่น ๆ โดยแต่ละแหล่งมีปริมาณและคุณสมบัติที่แตกต่างกันเล็กน้อย

MSC มีคุณสมบัติเด่นสามประการที่ทำให้ได้รับความสนใจในทางการแพทย์ ประการแรกคือความสามารถในการแบ่งตัวเพิ่มจำนวน (self-renewal) ประการที่สองคือศักยภาพในการเปลี่ยนสภาพ (differentiation potential) ไปเป็นเซลล์กระดูก เซลล์กระดูกอ่อน หรือเซลล์ไขมันได้ในสภาวะห้องปฏิบัติการหรือในร่างกาย และประการที่สามคือการหลั่งสารส่งสัญญาณ เช่น growth factor และไซโตไคน์ ที่ช่วยกระตุ้นเนื้อเยื่อโดยรอบให้ซ่อมแซมตัวเองและปรับสมดุลการอักเสบ

จุดที่ทำให้ MSC แตกต่างจากเอ็มบริโอนิกสเต็มเซลล์คือ MSC ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเซลล์ได้ทุกชนิดในร่างกาย (จึงเรียกว่า multipotent ไม่ใช่ pluripotent) และไม่มีประเด็นทางจริยธรรมเรื่องแหล่งที่มาเหมือนเอ็มบริโอนิกสเต็มเซลล์ เนื่องจากสามารถเก็บได้จากร่างกายผู้ใหญ่ เช่น ไขกระดูกหรือไขมันของผู้ป่วยเอง ทำให้การนำมาใช้ทางคลินิกทำได้สะดวกกว่าในหลายประเทศ

กลไกการทำงานที่คลินิกด้านสเต็มเซลล์มักอ้างถึงมีสองแนวทางหลัก แนวทางแรกคือการเปลี่ยนสภาพโดยตรง (direct differentiation) ซึ่ง MSC เข้าไปแทนที่เนื้อเยื่อที่เสียหาย และแนวทางที่สองคือกลไกพาราไครน์ (paracrine effect) ซึ่ง MSC ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสภาพเองแต่ทำหน้าที่เหมือน 'โรงงานส่งสัญญาณ' กระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดของเนื้อเยื่อนั้น ๆ ในร่างกายทำงานซ่อมแซมได้ดีขึ้น งานวิจัยส่วนใหญ่ในปัจจุบันเชื่อว่ากลไกพาราไครน์มีบทบาทเด่นกว่าการเปลี่ยนสภาพโดยตรง

คลินิกชองดัมเซลล์ระบุว่าโปรแกรมทั้งหมดของคลินิก ไม่ว่าจะเป็น 淸(Rejuvenation)CELL, 性(Sex)CELL, 美(Beauty)CELL, 毛(Hair)CELL หรือ 活(Vitality)CELL ล้วนใช้ MSC ที่สกัดจากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง (autologous bone-marrow-derived MSC) ไม่ใช้เซลล์จากผู้บริจาคหรือแหล่งอื่น จุดนี้ทำให้ไม่มีประเด็นความเข้ากันไม่ได้ของภูมิคุ้มกัน (immune rejection) ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักเมื่อใช้เซลล์จากผู้อื่น

ในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยที่พิจารณาการรักษาด้วย MSC ควรเข้าใจว่าคุณภาพของเซลล์ที่ได้ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น อายุของผู้ป่วย ปริมาณไขกระดูกที่เก็บได้ และเทคนิคการสกัดของแต่ละสถานพยาบาล การไม่มีขั้นตอนเพาะเลี้ยง (cell culture/expansion) อย่างที่คลินิกชองดัมเซลล์ระบุ หมายความว่าเซลล์ที่ฉีดเข้าไปคือเซลล์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในไขกระดูกที่เก็บได้ในวันนั้น ไม่ใช่เซลล์ที่ถูกเพิ่มจำนวนในห้องปฏิบัติการเป็นเวลาหลายสัปดาห์

ข้อดีของการไม่เพาะเลี้ยงคือความรวดเร็ว (จบภายในครึ่งวันตามที่คลินิกระบุ) และลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนหรือการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของเซลล์ระหว่างการเพาะเลี้ยงนอกร่างกายเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดคือจำนวนเซลล์ที่ได้จะขึ้นกับปริมาณที่เก็บได้จริงในครั้งเดียว ต่างจากการเพาะเลี้ยงที่สามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ได้มากกว่าในทางทฤษฎี ทั้งสองแนวทางมีข้อดีข้อเสียต่างกัน และยังเป็นหัวข้อที่วงการวิชาการถกเถียงกันอยู่

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ (stem cell) ก่อนตัดสินใจเดินทางไปรักษาที่เกาหลี การเข้าใจพื้นฐานของ MSC จะช่วยให้ตั้งคำถามกับคลินิกได้ตรงจุดมากขึ้น เช่น เซลล์มาจากแหล่งใด มีการเพาะเลี้ยงหรือไม่ และวิธีการฉีดเป็นแบบใด ซึ่งล้วนมีผลต่อความคาดหวังของผลลัพธ์ บทความถัดไปในชุดนี้จะเปรียบเทียบสเต็มเซลล์จากไขกระดูกกับจากไขมันโดยละเอียด

คำถามที่พบบ่อย

  • MSC ต่างจากเอ็มบริโอนิกสเต็มเซลล์อย่างไร

    MSC เป็น adult stem cell ที่เปลี่ยนสภาพได้จำกัดกว่าและเก็บจากร่างกายผู้ใหญ่ได้โดยไม่มีประเด็นจริยธรรมเรื่องแหล่งที่มาเหมือนเอ็มบริโอนิกสเต็มเซลล์

  • MSC เปลี่ยนเป็นเซลล์ผิวหนังหรือเซลล์เส้นผมได้จริงหรือไม่

    งานวิจัยชี้ว่าการเปลี่ยนสภาพโดยตรงเกิดขึ้นได้จำกัด ผลส่วนใหญ่ที่สังเกตเห็นเชื่อว่ามาจากกลไกพาราไครน์ที่กระตุ้นเซลล์เดิมของร่างกายมากกว่า

  • ทำไมคลินิกชองดัมเซลล์เลือกใช้เซลล์จากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง

    คลินิกระบุว่าการใช้เซลล์ตัวเอง (autologous) ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาภูมิคุ้มกันต่อต้านเซลล์แปลกปลอมที่อาจเกิดขึ้นหากใช้เซลล์จากผู้บริจาค

  • การไม่เพาะเลี้ยงเซลล์ทำให้ประสิทธิภาพลดลงหรือไม่

    ยังไม่มีข้อสรุปทางวิชาการที่ชัดเจนว่าวิธีใดดีกว่ากันในทุกกรณี การไม่เพาะเลี้ยงมีข้อดีเรื่องความรวดเร็วและลดความเสี่ยงระหว่างกระบวนการ แต่จำนวนเซลล์ขึ้นกับปริมาณที่เก็บได้ในครั้งเดียว

  • MSC ปลอดภัยกับทุกคนหรือไม่

    โดยทั่วไปการใช้เซลล์ตัวเองมีความเสี่ยงต่ำกว่าเซลล์จากผู้อื่น แต่ผู้ป่วยแต่ละรายควรได้รับการประเมินสุขภาพโดยแพทย์ก่อนทำหัตถการเสมอ

ข้อควรระวังทางการแพทย์

5 ข้อ • ตรวจทานล่าสุด 2026-08-28

ขยายอ่าน
  • เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
  • ผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเทคนิคของแพทย์ผู้รักษา
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีใบอนุญาตและตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจรักษาทุกครั้ง
  • การรักษาบางรายการ (เช่น สเต็มเซลล์บางประเภท) มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่างกันในแต่ละประเทศ โปรดตรวจสอบกฎหมายไทยและเกาหลีก่อนเดินทาง
  • ราคา แพ็กเกจ และรายละเอียดบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับสถานพยาบาลโดยตรงก่อนชำระเงิน

ตรวจทานและอัปเดตล่าสุด: 2026-08-28

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

4 แหล่ง • ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกข้อมูล

ขยายอ่าน
  1. 1. กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลี (MFDS)

    https://www.mfds.go.kr/eng/index.do

  2. 2. กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลี (MOHW)

    https://www.mohw.go.kr/eng/

  3. 3. ฐานข้อมูลงานวิจัยการแพทย์ PubMed (NIH)

    https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/

  4. 4. Medical Korea — ข้อมูลการรักษาสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ (KHIDI)

    https://www.medicalkorea.or.kr/

ดูคลังแหล่งข้อมูลอ้างอิงทั้งหมด →

แชร์หน้านี้

อัปเดตล่าสุด: 2026-08-28 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา

กลับไปยังแถบหมวดหมู่
ดูบทความทั้งหมด
ดูทั้งหมดในหมวดนี้