ข้ามไปยังเนื้อหาบทความ
ภาพปกหมวดสเต็มเซลล์: คลัสเตอร์เซลล์ต้นกำเนิดเรืองแสงบนพื้นดำ

สเต็มเซลล์จากไขกระดูกตัวเองคืออะไร ที่ชองดัมเซลล์คลินิกใช้อย่างไร

หลักการพื้นฐานของสเต็มเซลล์จากไขกระดูกที่คลินิกนำมาใช้รักษา

คำตอบสั้น

สเต็มเซลล์จากไขกระดูกตัวเอง (autologous bone-marrow stem cells) คือเซลล์ต้นกำเนิดที่เก็บมาจากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง ไม่ใช่จากผู้บริจาค ชองดัมเซลล์คลินิกระบุว่านำเซลล์เหล่านี้มาสกัดให้เข้มข้นแล้วฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายทันทีในวันเดียวกัน โดยไม่ผ่านขั้นตอนเพาะเลี้ยงเซลล์ ซึ่งคลินิกมองว่าเป็นจุดเด่นด้านความปลอดภัยและความสะดวก

ข้อมูลสำคัญ

แหล่งเซลล์
ไขกระดูกของผู้ป่วยเอง (autologous)
ขั้นตอนเพาะเลี้ยง
ไม่มี ใช้เซลล์เข้มข้นทันที
จุดฉีดหลัก
หลอดเลือดดำ, อวัยวะเพศ, ผิวหนัง, กล้ามเนื้อ/ข้อ
ข้อบ่งใช้ที่มีหลักฐานมากกว่า
อาการปวดกล้ามเนื้อกระดูก
ผลข้างเคียงที่อาจเกิด
บวม เลือดออก ติดเชื้อ

สเต็มเซลล์ (stem cell) คือเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นเซลล์ชนิดอื่น และมีบทบาทในการซ่อมแซมฟื้นฟูเนื้อเยื่อของร่างกาย ไขกระดูก (bone marrow) เป็นหนึ่งในแหล่งที่พบสเต็มเซลล์ในผู้ใหญ่ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ชองดัมเซลล์คลินิกเลือกใช้ไขกระดูกของผู้ป่วยเองเป็นแหล่งเซลล์หลักในการรักษา

การใช้เซลล์จากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง หรือที่เรียกว่า autologous stem cell แตกต่างจากการใช้เซลล์จากผู้บริจาค (allogeneic) ตรงที่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องภูมิคุ้มกันต่อต้านเซลล์แปลกปลอม (immune rejection) เนื่องจากเป็นเซลล์ของร่างกายผู้ป่วยเอง คลินิกจึงเลือกแนวทางนี้เป็นหลักสำหรับโปรแกรมทั้งหมดของตน

ขั้นตอนเริ่มต้นด้วยการเจาะเก็บไขกระดูกจากผู้ป่วย ซึ่งโดยทั่วไปมักเก็บจากกระดูกเชิงกราน จากนั้นตัวอย่างไขกระดูกจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการแยกและสกัดเซลล์เข้มข้น (concentration) ในห้องปฏิบัติการของคลินิก ก่อนนำเซลล์ที่ได้กลับไปฉีดเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยตามเป้าหมายของแต่ละโปรแกรม เช่น ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ หรือฉีดเฉพาะจุด

จุดที่คลินิกเน้นย้ำคือการไม่มีขั้นตอนเพาะเลี้ยงเซลล์ (cell culture) ซึ่งปกติแล้วการเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องปฏิบัติการอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ก่อนนำไปใช้ แต่ชองดัมเซลล์คลินิกระบุว่าใช้เซลล์ที่มีความเข้มข้นสูงซึ่งแยกได้ทันทีจากตัวอย่างไขกระดูก ทำให้ไม่ต้องรอผลจากห้องปฏิบัติการเป็นเวลานาน

คลินิกอธิบายว่าสเต็มเซลล์มีบทบาทในการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน (immune system) และช่วยฟื้นฟูหลอดเลือด (blood vessel regeneration) ซึ่งเป็นกลไกที่นำไปใช้ในโปรแกรม 淸(Rejuvenation)CELL สำหรับฟื้นฟูร่างกายทั้งระบบ และโปรแกรม 性(Sex)CELL สำหรับฟื้นฟูหลอดเลือดในบริเวณอวัยวะเพศ

สำหรับโปรแกรมด้านผิวพรรณและเส้นผม คลินิกระบุว่าสเต็มเซลล์ช่วยฟื้นฟูชั้นหนังแท้ (dermis) และเสริมความแข็งแรงของเซลล์รากผม (hair follicle cells) ส่วนในโปรแกรมรักษาอาการปวด คลินิกมองว่าสเต็มเซลล์ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและกระดูกในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสื่อมสภาพ

ทั้งนี้ ระดับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของการใช้สเต็มเซลล์จากไขกระดูกในแต่ละข้อบ่งใช้มีความแตกต่างกัน บางข้อบ่งใช้ เช่น การรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อกระดูก มีงานวิจัยรองรับมากกว่าข้อบ่งใช้อื่น เช่น การฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศหรือการชะลอวัยแบบองค์รวม ซึ่งยังมีหลักฐานทางคลินิกที่จำกัดกว่า ผู้ป่วยจึงควรพิจารณาข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจ

คลินิกยังระบุคำเตือนมาตรฐานว่าหลังการทำหัตถการเก็บไขกระดูกและฉีดเซลล์กลับเข้าสู่ร่างกาย อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการบวม เลือดออก หรือการติดเชื้อบริเวณที่ทำหัตถการได้ ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงเฉพาะบุคคลก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา

โดยสรุป หลักการของสเต็มเซลล์จากไขกระดูกตัวเองที่ชองดัมเซลล์คลินิกใช้ คือการอาศัยเซลล์ต้นกำเนิดตามธรรมชาติของผู้ป่วยเองมาช่วยกระตุ้นกลไกการฟื้นฟูของร่างกาย โดยเน้นความรวดเร็วผ่านการไม่เพาะเลี้ยงเซลล์ ซึ่งบทความถัดไปในชุดนี้จะอธิบายเหตุผลเชิงลึกว่าทำไมคลินิกจึงเลือกแนวทางนี้แทนการเพาะเลี้ยงเซลล์

คำถามที่พบบ่อย

  • สเต็มเซลล์จากไขกระดูกตัวเองต่างจากเซลล์จากผู้บริจาคอย่างไร

    เซลล์จากไขกระดูกตัวเองไม่มีความเสี่ยงเรื่องภูมิคุ้มกันต่อต้าน เพราะเป็นเซลล์ของร่างกายผู้ป่วยเอง ต่างจากเซลล์จากผู้บริจาคซึ่งมีความเสี่ยงนี้

  • เก็บไขกระดูกจากส่วนไหนของร่างกาย

    โดยทั่วไปเก็บจากกระดูกเชิงกรานของผู้ป่วย

  • สเต็มเซลล์จากไขกระดูกใช้รักษาอะไรได้บ้างตามที่คลินิกระบุ

    คลินิกระบุการใช้ในโปรแกรมฟื้นฟูร่างกาย สมรรถภาพทางเพศ ผิวและเส้นผม และอาการปวดกล้ามเนื้อกระดูก

  • ข้อบ่งใช้ใดของสเต็มเซลล์มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แข็งแรงที่สุด

    การรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อกระดูกมีงานวิจัยรองรับมากกว่าข้อบ่งใช้ด้านความงามหรือสมรรถภาพทางเพศ

  • การเก็บไขกระดูกมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

    คลินิกระบุว่าอาจเกิดอาการบวม เลือดออก หรือการติดเชื้อบริเวณที่ทำหัตถการได้

ข้อควรระวังทางการแพทย์

5 ข้อ • ตรวจทานล่าสุด 2026-08-28

ขยายอ่าน
  • เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
  • ผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเทคนิคของแพทย์ผู้รักษา
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีใบอนุญาตและตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจรักษาทุกครั้ง
  • การรักษาบางรายการ (เช่น สเต็มเซลล์บางประเภท) มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่างกันในแต่ละประเทศ โปรดตรวจสอบกฎหมายไทยและเกาหลีก่อนเดินทาง
  • ราคา แพ็กเกจ และรายละเอียดบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับสถานพยาบาลโดยตรงก่อนชำระเงิน

ตรวจทานและอัปเดตล่าสุด: 2026-08-28

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

4 แหล่ง • ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกข้อมูล

ขยายอ่าน
  1. 1. กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลี (MFDS)

    https://www.mfds.go.kr/eng/index.do

  2. 2. กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลี (MOHW)

    https://www.mohw.go.kr/eng/

  3. 3. ฐานข้อมูลงานวิจัยการแพทย์ PubMed (NIH)

    https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/

  4. 4. Medical Korea — ข้อมูลการรักษาสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ (KHIDI)

    https://www.medicalkorea.or.kr/

ดูคลังแหล่งข้อมูลอ้างอิงทั้งหมด →

แชร์หน้านี้

อัปเดตล่าสุด: 2026-08-28 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา

กลับไปยังแถบหมวดหมู่
ดูบทความทั้งหมด
ดูทั้งหมดในหมวดนี้