ข้ามไปยังเนื้อหาบทความ
ภาพปกหมวดสเต็มเซลล์: คลัสเตอร์เซลล์ต้นกำเนิดเรืองแสงบนพื้นดำ

สเต็มเซลล์จากไขกระดูก vs ไขมัน ต่างกันอย่างไร แบบไหนที่คลินิกชองดัมเซลล์ใช้

เปรียบเทียบแหล่งเก็บสเต็มเซลล์สองแบบที่พบบ่อยที่สุดในวงการเวชศาสตร์ฟื้นฟู

คำตอบสั้น

สเต็มเซลล์จากไขกระดูก (bone marrow-derived MSC) และจากไขมัน (adipose-derived MSC) เป็นสเต็มเซลล์ตัวเองสองแหล่งที่นิยมใช้มากที่สุด ไขกระดูกมีประวัติการศึกษายาวนานกว่าและเชื่อมโยงกับระบบเลือดและภูมิคุ้มกันโดยตรง ส่วนไขมันเก็บได้ง่ายและมีปริมาณเซลล์ต่อกรัมสูงกว่า คลินิกชองดัมเซลล์ (Cheongdam Cell Clinic) เลือกใช้สเต็มเซลล์จากไขกระดูกในทุกโปรแกรม

ข้อมูลสำคัญ

แหล่งเก็บ 1
ไขกระดูก (iliac crest)
แหล่งเก็บ 2
เนื้อเยื่อไขมัน (mini liposuction)
ปริมาณเซลล์ต่อกรัม
ไขมันมักให้ปริมาณสูงกว่า
ความเชื่อมโยงภูมิคุ้มกัน
ไขกระดูกเชื่อมโยงโดยตรงกว่า
แหล่งที่คลินิกชองดัมเซลล์ใช้
ไขกระดูกในทุกโปรแกรม

การเลือกแหล่งเก็บสเต็มเซลล์เป็นหนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่ผู้ป่วยควรถามคลินิกก่อนตัดสินใจรักษา เพราะแต่ละแหล่งมีวิธีเก็บ ปริมาณเซลล์ และการนำไปใช้ที่ต่างกัน สองแหล่งหลักที่ใช้กันแพร่หลายในเวชศาสตร์ฟื้นฟูคือไขกระดูก (bone marrow) และเนื้อเยื่อไขมัน (adipose tissue) ทั้งสองแบบเป็นการใช้เซลล์ของผู้ป่วยเอง (autologous) จึงไม่มีประเด็นความเข้ากันไม่ได้ทางภูมิคุ้มกันเหมือนกัน

การเก็บไขกระดูกมักทำที่บริเวณกระดูกเชิงกราน (iliac crest) ภายใต้ยาชาเฉพาะที่หรือยาระงับความรู้สึกระดับเบา ใช้เข็มเจาะดูดไขกระดูกออกมาปริมาณหนึ่ง ขั้นตอนนี้อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวช่วงสั้น ๆ และมีรอยเจ็บบริเวณที่เจาะได้ในบางราย ส่วนการเก็บไขมันมักทำโดยการดูดไขมัน (mini liposuction) จากหน้าท้องหรือต้นขา ซึ่งเป็นหัตถการที่คนไข้อาจคุ้นเคยมากกว่าเพราะใกล้เคียงกับการดูดไขมันเพื่อความงาม

ในแง่ปริมาณ เนื้อเยื่อไขมันมักให้จำนวนสเต็มเซลล์ต่อกรัมของเนื้อเยื่อสูงกว่าไขกระดูกอย่างชัดเจน ทำให้บางคลินิกเลือกใช้ไขมันเมื่อเน้นเรื่องปริมาณเซลล์ อย่างไรก็ตาม ไขกระดูกมีข้อได้เปรียบตรงที่มีประวัติการศึกษาทางคลินิกที่ยาวนานกว่ามาก โดยเฉพาะในการใช้รักษาโรคเลือดและมะเร็งเม็ดเลือดขาวมาตั้งแต่ก่อนที่คำว่า 'สเต็มเซลล์เพื่อความงามหรือชะลอวัย' จะเป็นที่รู้จัก

ในทางชีววิทยา MSC จากไขกระดูกมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับระบบเลือดและระบบภูมิคุ้มกันมากกว่า เนื่องจากไขกระดูกเป็นแหล่งกำเนิดของเซลล์เม็ดเลือดทุกชนิด งานวิจัยจึงมักอ้างถึงศักยภาพของ MSC จากไขกระดูกในการปรับสมดุลภูมิคุ้มกันและกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ (angiogenesis) ขณะที่ MSC จากไขมันมีการศึกษาในด้านการซ่อมแซมเนื้อเยื่ออ่อนและผิวหนังอย่างแพร่หลายเช่นกัน แต่ทั้งสองแหล่งยังมีงานวิจัยเชิงเปรียบเทียบโดยตรงในมนุษย์ที่จำกัด

คลินิกชองดัมเซลล์ระบุอย่างชัดเจนว่าเลือกใช้สเต็มเซลล์จากไขกระดูกในทุกโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมฟื้นฟูทั้งร่างกาย (淸Cell) โปรแกรมสมรรถภาพทางเพศ (性Cell) โปรแกรมผิวและเส้นผม (美Cell, 毛Cell) หรือโปรแกรมอาการปวด (活Cell) โดยให้เหตุผลด้านความเชื่อมโยงกับระบบภูมิคุ้มกันและหลอดเลือดเป็นหลัก ทั้งกระบวนการเก็บไขกระดูก สกัดเซลล์ และฉีดกลับเข้าร่างกายเกิดขึ้นภายในครึ่งวันเดียวกันตามที่คลินิกระบุ

ผู้ป่วยที่กำลังเปรียบเทียบคลินิกต่าง ๆ ควรสังเกตว่าคลินิกแต่ละแห่งอาจเลือกแหล่งเซลล์ต่างกันด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน บางแห่งเน้นความสะดวกของการเก็บไขมัน บางแห่งเน้นความเชื่อมโยงกับระบบภูมิคุ้มกันของไขกระดูก ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกต้องตายตัวว่าแหล่งใด 'ดีกว่า' เพราะขึ้นกับเป้าหมายการรักษา สภาพร่างกายผู้ป่วย และงานวิจัยที่รองรับในแต่ละข้อบ่งชี้

อีกประเด็นที่ควรพิจารณาคือความเจ็บปวดและระยะพักฟื้นของการเก็บเซลล์ทั้งสองวิธี การเจาะไขกระดูกอาจทำให้รู้สึกปวดตื้อบริเวณสะโพกได้หนึ่งถึงสองวัน ส่วนการดูดไขมันอาจมีรอยช้ำหรือบวมบริเวณที่ดูดได้ในลักษณะคล้ายการดูดไขมันทั่วไป ทั้งสองวิธีถือเป็นหัตถการที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ แต่ผู้ป่วยควรสอบถามรายละเอียดการดูแลหลังหัตถการจากคลินิกโดยตรง

โดยสรุป ทั้งไขกระดูกและไขมันเป็นแหล่งสเต็มเซลล์ของตัวเองที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และไม่มีข้อสรุปทางวิชาการที่ฟันธงว่าแหล่งใดเหนือกว่าอีกแหล่งในทุกข้อบ่งชี้ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจเหตุผลที่คลินิกแต่ละแห่งเลือกใช้ และสอบถามข้อมูลปริมาณเซลล์ วิธีสกัด และความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละวิธีให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

  • ทำไมคลินิกชองดัมเซลล์ไม่ใช้สเต็มเซลล์จากไขมัน

    คลินิกระบุว่าเลือกไขกระดูกเพราะความเชื่อมโยงโดยตรงกับระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายโปรแกรมฟื้นฟูทั้งร่างกายของคลินิก

  • เก็บไขกระดูกเจ็บมากไหม

    มักทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่หรือยาระงับความรู้สึกระดับเบา อาจมีอาการปวดตื้อบริเวณสะโพกได้หนึ่งถึงสองวันหลังทำ

  • ไขมันให้เซลล์เยอะกว่าไขกระดูกจริงไหม

    โดยทั่วไปเนื้อเยื่อไขมันให้จำนวนสเต็มเซลล์ต่อกรัมสูงกว่าไขกระดูก แต่ปริมาณเซลล์ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดผลการรักษา

  • ใช้เซลล์ตัวเองปลอดภัยกว่าเซลล์จากผู้บริจาคหรือไม่

    การใช้เซลล์ตัวเอง (autologous) หลีกเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องภูมิคุ้มกันต่อต้านเซลล์แปลกปลอมที่อาจเกิดกับเซลล์จากผู้บริจาค

  • แหล่งเซลล์มีผลต่อราคาการรักษาหรือไม่

    คลินิกไม่เผยแพร่ราคาต่อสาธารณะ ผู้สนใจควรสอบถามใบเสนอราคาที่ระบุแหล่งเซลล์และขั้นตอนที่ใช้โดยตรงกับคลินิก

ข้อควรระวังทางการแพทย์

5 ข้อ • ตรวจทานล่าสุด 2026-08-28

ขยายอ่าน
  • เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
  • ผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเทคนิคของแพทย์ผู้รักษา
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีใบอนุญาตและตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจรักษาทุกครั้ง
  • การรักษาบางรายการ (เช่น สเต็มเซลล์บางประเภท) มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่างกันในแต่ละประเทศ โปรดตรวจสอบกฎหมายไทยและเกาหลีก่อนเดินทาง
  • ราคา แพ็กเกจ และรายละเอียดบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับสถานพยาบาลโดยตรงก่อนชำระเงิน

ตรวจทานและอัปเดตล่าสุด: 2026-08-28

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

4 แหล่ง • ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกข้อมูล

ขยายอ่าน
  1. 1. กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลี (MFDS)

    https://www.mfds.go.kr/eng/index.do

  2. 2. กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลี (MOHW)

    https://www.mohw.go.kr/eng/

  3. 3. ฐานข้อมูลงานวิจัยการแพทย์ PubMed (NIH)

    https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/

  4. 4. Medical Korea — ข้อมูลการรักษาสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ (KHIDI)

    https://www.medicalkorea.or.kr/

ดูคลังแหล่งข้อมูลอ้างอิงทั้งหมด →

แชร์หน้านี้

อัปเดตล่าสุด: 2026-08-28 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา

กลับไปยังแถบหมวดหมู่
ดูบทความทั้งหมด
ดูทั้งหมดในหมวดนี้