ข้ามไปยังเนื้อหาบทความ
ภาพปกหมวดสเต็มเซลล์: คลัสเตอร์เซลล์ต้นกำเนิดเรืองแสงบนพื้นดำ

สเต็มเซลล์กับเบาหวาน ชองดัมเซลล์คลินิกกล่าวถึงประเด็นนี้อย่างไร

เบาหวานในฐานะหนึ่งในโรคผู้สูงวัยที่คลินิกกล่าวถึงภายใต้ 淸(Rejuvenation)CELL

คำตอบสั้น

ชองดัมเซลล์คลินิก (Cheongdam Cell Clinic) ระบุเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคผู้สูงวัยที่กล่าวถึงในหน้าโปรแกรม 淸(Rejuvenation)CELL ซึ่งใช้การฉีดสเต็มเซลล์จากไขกระดูกของผู้ป่วยเองเข้าหลอดเลือดเพื่อฟื้นฟูภูมิคุ้มกันและหลอดเลือดในภาพรวม อย่างไรก็ตาม การจัดการเบาหวานที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ยังคงเป็นยาลดน้ำตาล อินซูลิน การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย สเต็มเซลล์สำหรับเบาหวานในมนุษย์ยังอยู่ระหว่างการวิจัยเป็นส่วนใหญ่ ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรหยุดการรักษาหลักเพื่อพึ่งพาโปรแกรมนี้แต่เพียงอย่างเดียว

ข้อมูลสำคัญ

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
淸(Rejuvenation)CELL
การรักษามาตรฐาน
ยาลดน้ำตาล/อินซูลิน อาหาร ออกกำลังกาย
ตัวชี้วัดที่ต้องติดตาม
HbA1c
หลักฐานเรื่องสเต็มเซลล์
ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างวิจัย
ข้อควรระวัง
ไม่ควรหยุดยาเบาหวานเอง

บนหน้าโปรแกรม 淸(Rejuvenation)CELL ของชองดัมเซลล์คลินิก มีการระบุเบาหวานไว้ในรายชื่อโรคผู้สูงวัยที่การฉีดสเต็มเซลล์เข้าหลอดเลือด 'ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถป้องกันและรักษาได้' ตามถ้อยคำการตลาดของคลินิกเอง บทความนี้นำเสนอเพื่อให้ข้อมูลว่าคลินิกสื่อสารอย่างไร ไม่ใช่การยืนยันความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ของถ้อยคำดังกล่าว

เบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการทำงานของเซลล์เบต้าในตับอ่อนที่เสื่อมลง แนวคิดที่มักถูกอ้างถึงในวงการสเต็มเซลล์ทั่วไปคือศักยภาพในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อและลดการอักเสบทั่วร่างกาย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องทางอ้อมกับภาวะดื้ออินซูลิน แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าสเต็มเซลล์จากไขกระดูกที่ฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่เพาะเลี้ยงจะมีผลโดยตรงต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

การรักษาเบาหวานที่แนวทางการแพทย์สากลยอมรับยังคงเป็นยารับประทานหรือยาฉีดลดน้ำตาล อินซูลินในบางกรณี ควบคู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ การตรวจน้ำตาลสะสม (HbA1c) เป็นระยะยังคงจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทุกราย ไม่ว่าจะเข้ารับโปรแกรมเสริมใด ๆ เพิ่มเติมหรือไม่ก็ตาม

ชองดัมเซลล์คลินิกอธิบายว่าโปรแกรม 淸(Rejuvenation)CELL เก็บไขกระดูกของผู้ป่วยเอง สกัดเซลล์โดยไม่ผ่านการเพาะเลี้ยง แล้วฉีดกลับเข้าหลอดเลือดภายในครึ่งวัน จุดเน้นของคลินิกคือความสะดวกและความเป็นเซลล์ของตนเอง (autologous) ซึ่งลดความเสี่ยงการปฏิเสธเซลล์เมื่อเทียบกับเซลล์จากผู้บริจาค

ผู้ป่วยเบาหวานที่สนใจโปรแกรมนี้ควรแจ้งชนิดของเบาหวาน (ชนิดที่ 1 หรือ 2) ระดับน้ำตาลสะสมล่าสุด ภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไตหรือโรคตาจากเบาหวาน และยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ที่คลินิกทราบก่อนตัดสินใจ เนื่องจากภาวะน้ำตาลในเลือดที่ควบคุมไม่ดีอาจส่งผลต่อการหายของแผลหลังหัตถการเก็บไขกระดูกได้เช่นกัน

ควรระวังการตีความคำว่า 'ป้องกันและรักษา' ที่คลินิกใช้ในหน้าโปรแกรมอย่างเคร่งครัดเกินไป เนื่องจากไม่มีการอ้างอิงงานวิจัยที่เผยแพร่ต่อสาธารณะแนบมาด้วย ผู้บริโภคควรสอบถามคลินิกโดยตรงว่ามีข้อมูลติดตามผลผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าโปรแกรมนี้หรือไม่ และควรขอความเห็นที่สองจากแพทย์เฉพาะทางต่อมไร้ท่อในไทยก่อนตัดสินใจ

โปรแกรมเสริมลักษณะนี้เหมาะกับการมองเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพองค์รวมของผู้ที่ควบคุมเบาหวานได้ดีอยู่แล้วและต้องการดูแลสุขภาพหลอดเลือดเพิ่มเติม มากกว่ามองเป็นทางเลือกแรกในการรักษาเบาหวานที่ยังควบคุมไม่ได้ การตั้งความคาดหวังที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยกว่า

ก่อนเดินทางไปรับโปรแกรมที่โซล ควรเตรียมผลตรวจเลือดล่าสุด รายชื่อยาที่ใช้ และประวัติภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานไปให้คลินิกประเมิน พร้อมสอบถามค่าใช้จ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร เนื่องจากคลินิกไม่เผยแพร่ราคาต่อสาธารณะ

คำถามที่พบบ่อย

  • สเต็มเซลล์รักษาเบาหวานให้หายขาดได้จริงไหม

    ยังไม่มีหลักฐานสาธารณะยืนยันว่าหายขาด คลินิกกล่าวถึงในบริบทป้องกัน/ดูแล ผู้ป่วยควรควบคุมโรคด้วยการรักษามาตรฐานต่อไป

  • เบาหวานชนิดที่ 1 ทำโปรแกรมนี้ได้ไหม

    ต้องแจ้งชนิดของเบาหวานและประวัติแทรกซ้อนให้แพทย์ที่คลินิกประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลก่อน

  • น้ำตาลในเลือดสูงมีผลต่อการทำหัตถการเก็บไขกระดูกไหม

    ระดับน้ำตาลที่ควบคุมไม่ดีอาจส่งผลต่อการหายของแผล จึงควรแจ้งค่าน้ำตาลสะสมล่าสุดให้แพทย์ทราบก่อน

  • โปรแกรมนี้ทดแทนการฉีดอินซูลินได้ไหม

    ไม่ควร ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนให้ทดแทนการรักษามาตรฐาน ผู้ป่วยควรใช้อินซูลินตามคำสั่งแพทย์ต่อไป

  • ควรปรึกษาใครก่อนตัดสินใจเข้าโปรแกรมนี้

    ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางต่อมไร้ท่อในไทยควบคู่กับการสอบถามคลินิกที่โซลโดยตรง

ข้อควรระวังทางการแพทย์

5 ข้อ • ตรวจทานล่าสุด 2026-08-28

ขยายอ่าน
  • เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
  • ผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเทคนิคของแพทย์ผู้รักษา
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีใบอนุญาตและตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจรักษาทุกครั้ง
  • การรักษาบางรายการ (เช่น สเต็มเซลล์บางประเภท) มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่างกันในแต่ละประเทศ โปรดตรวจสอบกฎหมายไทยและเกาหลีก่อนเดินทาง
  • ราคา แพ็กเกจ และรายละเอียดบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับสถานพยาบาลโดยตรงก่อนชำระเงิน

ตรวจทานและอัปเดตล่าสุด: 2026-08-28

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

4 แหล่ง • ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกข้อมูล

ขยายอ่าน
  1. 1. กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลี (MFDS)

    https://www.mfds.go.kr/eng/index.do

  2. 2. กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลี (MOHW)

    https://www.mohw.go.kr/eng/

  3. 3. ฐานข้อมูลงานวิจัยการแพทย์ PubMed (NIH)

    https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/

  4. 4. Medical Korea — ข้อมูลการรักษาสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ (KHIDI)

    https://www.medicalkorea.or.kr/

ดูคลังแหล่งข้อมูลอ้างอิงทั้งหมด →

แชร์หน้านี้

อัปเดตล่าสุด: 2026-08-28 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา

กลับไปยังแถบหมวดหมู่
ดูบทความทั้งหมด
ดูทั้งหมดในหมวดนี้