คำตอบสั้น
ผู้ที่ปวดเข่าเรื้อรังจากข้อเสื่อมระยะต้นถึงปานกลางแต่ยังไม่อยากผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มักมองหาทางเลือกแบบไม่ผ่าตัด โรงพยาบาลบงบงเผยแพร่คลิปความรู้เกี่ยวกับการฉีดเบสิกเซลล์ตรงจุดที่ข้อเข่าเป็นหนึ่งในทางเลือกเหล่านั้น โดยใช้เซลล์จากไขมันหรือเลือดตัวเองราว 100 ล้านเซลล์ต่อครั้ง แต่ทั้งนี้ต้องประเมินระดับความเสื่อมของข้อก่อนเสมอ เพราะข้อที่เสื่อมรุนแรงมากอาจไม่เหมาะกับวิธีนี้
กรณีศึกษาจากคลิปของบงบง
ในคลิปสั้นที่โรงพยาบาลบงบงเผยแพร่ มีการพูดถึงคนไข้ที่กลัวการผ่าตัดแต่ยังปวดเรื้อรังไม่หาย และนำเสนอทางเลือกการรักษาด้วยสเต็มเซลล์แบบไม่ผ่าตัดเป็นหนึ่งในทางออก เนื้อหานี้สะท้อนกลุ่มคนไข้จริงที่คลินิกพบบ่อย คือกลุ่มที่ปวดเข่าเรื้อรังแต่ยังไม่ถึงขั้นต้องเปลี่ยนข้อเทียม
คอนจูรันกับเบสิกเซลล์ต่างกันอย่างไร
อีกคลิปหนึ่งพูดถึงการฉีดยาคอนจูรัน (Conjuran) สำหรับอาการปวดเข่า ซึ่งเป็นการรักษาเฉพาะทางแยกต่างหากจากเบสิกเซลล์ สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยต้องเข้าใจว่ามีทั้งการฉีดยาแบบดั้งเดิมและการฉีดเซลล์บำบัด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้เลือกให้เหมาะกับระดับความเสื่อมของข้อ ไม่ใช่ทางเลือกที่ใช้แทนกันได้ทุกกรณี
หลักการฉีดตรงจุด
หลักการที่บงบงเวลเนสคลินิกใช้กับเบสิกเซลล์คือ ฉีดปริมาณเซลล์สูงราว 100 ล้านเซลล์ต่อครั้งตรงเข้าจุดพยาธิสภาพ เช่น ข้อเข่าที่มีการอักเสบหรือกระดูกอ่อนสึก แนวคิดคือช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อรอบข้อและลดการอักเสบเฉพาะที่ แต่ไม่ใช่การสร้างกระดูกอ่อนขึ้นใหม่ทั้งหมด ผลลัพธ์จึงต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย
เอกสารที่ควรเตรียม
ก่อนตัดสินใจ ผู้ป่วยควรมีภาพเอกซเรย์หรือ MRI เข่าที่ระบุระดับความเสื่อมชัดเจน (เช่น เกรดของ Kellgren-Lawrence) ประวัติการรักษาที่ผ่านมา และรายการยาที่ใช้อยู่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ที่บงบงประเมินได้ว่าเหมาะกับการฉีดเซลล์ ยาฉีดแบบอื่น หรือควรส่งต่อไปพบศัลยแพทย์กระดูกเพื่อพิจารณาผ่าตัด
ข้อจำกัดที่ต้องรู้
ข้อจำกัดที่ต้องพูดตรง ๆ คือ ข้อเข่าที่เสื่อมรุนแรงจนกระดูกชนกระดูก หรือมีการผิดรูปของแนวขามาก มักไม่ตอบสนองต่อการฉีดเซลล์ดีเท่ากรณีข้อเสื่อมระยะต้นถึงปานกลาง ผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรได้รับคำปรึกษาตรงไปตรงมาว่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้ออาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในระยะยาว
สรุปทางเลือก
โดยสรุป การฉีดเบสิกเซลล์ที่เข่าเป็นทางเลือกไม่ผ่าตัดที่โรงพยาบาลบงบงนำเสนอสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกระดับของข้อเสื่อม การประเมินภาพถ่ายรังสีและอาการทางคลินิกอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางยังคงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ก่อนเริ่มการรักษาใด ๆ
อัปเดตล่าสุด: 2026-08-28 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา