ข้ามไปยังเนื้อหาบทความ
ภาพปกหมวดผลิตภัณฑ์ความงามเกาหลี

Liztox คืออะไร: ข้อมูลแบรนด์ ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และราคาไทยเทียบเกาหลี

โบทูลินัมท็อกซิน จากHuons Global — เหมาะกับใคร ใช้ที่ตำแหน่งไหน และควรจ่ายเท่าไหร่

คำตอบสั้น

Liztox เป็นโบทูลินัมท็อกซินจากHuons Global (เกาหลีใต้) เป็นท็อกซินชนิดเอรุ่นใหม่ของค่าย Huons ที่พัฒนากระบวนการผลิตให้ควบคุมความบริสุทธิ์ได้ดีขึ้น ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ 3–4 เดือน ราคาอ้างอิงในไทยประมาณ 5,000–8,500 บาท ต่อ 100 ยูนิต ขณะที่เกาหลีอยู่ราว 2,500–4,500 บาท ต่อ 100 ยูนิต ส่วนต่างเฉลี่ยราว 45% สถานะทะเบียน: ไทย จำกัด/บางรุ่น / เกาหลี ขึ้นทะเบียนแล้ว

ข้อมูลสำคัญ

ประเภท
โบทูลินัมท็อกซิน
ผู้ผลิต
Huons Global (เกาหลีใต้)
ผลอยู่ได้
3–4 เดือน
ราคาไทย
5,000–8,500 บาท ต่อ 100 ยูนิต
ราคาเกาหลี
2,500–4,500 บาท ต่อ 100 ยูนิต
ทะเบียน ไทย/เกาหลี
จำกัด/บางรุ่น / ขึ้นทะเบียนแล้ว

Liztox สะท้อนการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดท็อกซินเกาหลี ซึ่งมีผู้เล่นมากกว่าสิบรายในประเทศเดียว ผลดีต่อผู้บริโภคคือราคาต่อยูนิตต่ำที่สุดในโลกและตัวเลือกที่หลากหลาย ผลเสียคือความสับสน เพราะชื่อแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ผู้บริโภคจะตามทัน

ในเชิงเทคโนโลยี ขวด 100 ยูนิต วางตำแหน่งระหว่างกลุ่มประหยัดกับกลุ่มพรีเมียม จุดนี้สำคัญเพราะเป็นตัวกำหนดว่าเนื้อผลิตภัณฑ์จะแข็งหรือนุ่ม กระจายตัวมากน้อยแค่ไหน และเหมาะกับชั้นผิวระดับใด แพทย์ที่มีประสบการณ์จะเลือกรุ่นย่อยให้ตรงกับตำแหน่งมากกว่าเลือกตามชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว

ตำแหน่งที่นิยมใช้ ริ้วรอยหน้าผาก ร่องคิ้ว หางตา และกราม การวางแผนที่ดีจะเริ่มจากการประเมินโครงหน้าทั้งใบ ไม่ใช่การเติมเฉพาะจุดที่คนไข้ชี้ เพราะความสมดุลของใบหน้ามาจากการกระจายปริมาณอย่างพอดี ไม่ใช่การใส่ให้มากที่สุดในจุดเดียว

เรื่องความยาวนานของผลลัพธ์ Liztox อยู่ได้ราว 3–4 เดือน ตัวแปรที่ทำให้สั้นลงคือ อัตราการเผาผลาญสูง การออกกำลังกายหนักสม่ำเสมอ การสูบบุหรี่ ตำแหน่งที่ขยับบ่อยอย่างริมฝีปากและรอบปาก และปริมาณที่ฉีดน้อยกว่าที่โครงหน้าต้องการจริง ส่วนตัวแปรที่ทำให้ยาวขึ้นคือ การฉีดในชั้นที่ถูกต้อง การเลือกรุ่นย่อยที่ตรงกับแรงกดของเนื้อเยื่อ และการเติมซ่อมก่อนที่ผลจะหมดสนิท

เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการราคาที่จับต้องได้แต่ยังอยากได้ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่

ไม่เหมาะหรือควรเลี่ยง: ผู้ที่ต้องการแบรนด์ที่มีการใช้ยาวนานที่สุดเป็นหลักประกัน รวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด และผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

เปรียบเทียบราคาไทยกับเกาหลี ราคาตลาดอ้างอิงในไทยอยู่ที่ประมาณ 5,000–8,500 บาท ต่อ 100 ยูนิต ส่วนในเกาหลีอยู่ราว 2,500–4,500 บาท ต่อ 100 ยูนิต ส่วนต่างเฉลี่ยราว 45% อย่างไรก็ตามต้องนับต้นทุนรวมของการเดินทางด้วย ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่าล่าม และเวลาที่ต้องใช้ ถ้าทำหัตถการเพียงหนึ่งอย่างส่วนต่างมักไม่คุ้มค่าเดินทาง แต่ถ้าทำหลายรายการในทริปเดียวหรือทำร่วมกับโปรแกรมอื่น ส่วนต่างจะเริ่มมีน้ำหนัก

แนวทางที่ใช้ได้จริงเวลาเจอแบรนด์ที่ไม่คุ้นคือ ถามชื่อผู้ผลิต ตรวจว่ามีทะเบียนในประเทศที่รักษาหรือไม่ และถามว่าคลินิกใช้แบรนด์นี้มานานแค่ไหน สามคำถามนี้กรองความเสี่ยงได้มากกว่าการค้นหาชื่อแบรนด์ในอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว

ความปลอดภัยและการตรวจของแท้ ในไทยยังพบไม่แพร่หลาย ควรตรวจสอบทะเบียนและผู้นำเข้าก่อนฉีด ก่อนฉีดควรขอดูกล่องและฉลากที่ยังไม่เปิด ตรวจเลขทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในไทยหรือ MFDS ในเกาหลี ถ่ายรูปล็อตและวันหมดอายุไว้ และให้แพทย์เปิดผลิตภัณฑ์ต่อหน้า ราคาที่ต่ำผิดปกติมักเป็นสัญญาณของสินค้าที่ไม่มีทะเบียนหรือการเจือจางเกินมาตรฐาน

สรุปสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ Liztox คุ้มค่าเมื่อคุณเลือกใช้ตรงกับปัญหาที่มีจริง ฉีดโดยแพทย์ที่ประเมินโครงหน้าทั้งใบ และเข้าใจว่าเป็นผลชั่วคราวที่ต้องดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่การแก้ครั้งเดียวจบ การเปรียบเทียบราคาให้ยุติธรรมควรเทียบต่อหน่วยหรือต่อซีซีของสินค้าที่มีทะเบียนเหมือนกัน ไม่ใช่เทียบราคาโปรโมชันกับราคามาตรฐาน

คำถามที่พบบ่อย

  • Liztox ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

    โดยทั่วไป 3–4 เดือน ขึ้นกับปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด และการเผาผลาญของแต่ละคน ผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือฉีดในบริเวณที่ขยับบ่อยมักอยู่ได้สั้นกว่าค่าเฉลี่ย

  • ราคาไทยกับเกาหลีต่างกันมากไหม

    ส่วนต่างเฉลี่ยราว 45% ราคาอ้างอิงคือ ไทย 5,000–8,500 บาท และเกาหลี 2,500–4,500 บาท ต่อ 100 ยูนิต แต่ควรบวกค่าเดินทางและค่าล่ามเข้าไปก่อนตัดสินใจ

  • Liztox ขึ้นทะเบียน อย. ไทยและเกาหลีหรือไม่

    สถานะที่รวบรวมได้คือ ไทย จำกัด/บางรุ่น และเกาหลี ขึ้นทะเบียนแล้ว ทั้งนี้ทะเบียนเป็นรายรุ่นย่อย จึงควรขอดูกล่องจริงและตรวจเลขทะเบียนกับหน่วยงานก่อนฉีดทุกครั้ง

  • ต้องเว้นระยะกี่เดือนก่อนเติมซ้ำ

    แนวทางที่ใช้กันคือประเมินก่อนผลหมดประมาณหนึ่งถึงสองเดือน เพราะการเติมขณะที่ยังมีเนื้อผลิตภัณฑ์เหลืออยู่ใช้ปริมาณน้อยกว่า และช่วยให้รูปหน้าคงที่ไม่แกว่ง

  • แบรนด์ใหม่ควรรอข้อมูลก่อนไหม

    ถ้าคุณไม่รีบ การเลือกแบรนด์ที่มีทะเบียนและมีการใช้ในคลินิกมาแล้วหลายปีเป็นทางที่ปลอดภัยกว่าโดยไม่ต้องจ่ายแพงขึ้นมาก

  • ฉีดแบรนด์ต่างกันในรอบเดียวได้ไหม

    ทำได้และพบในทางปฏิบัติ เช่น ใช้ตัวที่กระจายตัวกว้างกับหน้าผาก แต่ควรบันทึกว่าใช้อะไรที่ตำแหน่งใดเพื่อประเมินผลรอบถัดไป

ข้อควรระวังทางการแพทย์

5 ข้อ • ตรวจทานล่าสุด 2026-09-03

ขยายอ่าน
  • เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
  • ผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเทคนิคของแพทย์ผู้รักษา
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีใบอนุญาตและตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจรักษาทุกครั้ง
  • การรักษาบางรายการ (เช่น สเต็มเซลล์บางประเภท) มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่างกันในแต่ละประเทศ โปรดตรวจสอบกฎหมายไทยและเกาหลีก่อนเดินทาง
  • ราคา แพ็กเกจ และรายละเอียดบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับสถานพยาบาลโดยตรงก่อนชำระเงิน

ตรวจทานและอัปเดตล่าสุด: 2026-09-03

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

4 แหล่ง • ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกข้อมูล

ขยายอ่าน
  1. 1. กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลี (MFDS)

    https://www.mfds.go.kr/eng/index.do

  2. 2. กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลี (MOHW)

    https://www.mohw.go.kr/eng/

  3. 3. ฐานข้อมูลงานวิจัยการแพทย์ PubMed (NIH)

    https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/

  4. 4. Medical Korea — ข้อมูลการรักษาสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ (KHIDI)

    https://www.medicalkorea.or.kr/

ดูคลังแหล่งข้อมูลอ้างอิงทั้งหมด →

แชร์หน้านี้

อัปเดตล่าสุด: 2026-09-03 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา

กลับไปยังแถบหมวดหมู่

เคสเพิ่มความสูง (ยืดขา) ก่อน–หลัง

Dr. Donghoon (DALRI)

ดูคลังภาพทั้งหมด

โปรไฟล์โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมดในหมวดนี้