ข้ามไปยังเนื้อหาบทความ
ภาพปกหมวดผลิตภัณฑ์ความงามเกาหลี

Daxxify คืออะไร: ข้อมูลแบรนด์ ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน และราคาไทยเทียบเกาหลี

โบทูลินัมท็อกซิน จากRevance Therapeutics — เหมาะกับใคร ใช้ที่ตำแหน่งไหน และควรจ่ายเท่าไหร่

คำตอบสั้น

Daxxify เป็นโบทูลินัมท็อกซินจากRevance Therapeutics (สหรัฐอเมริกา) ใช้เปปไทด์สายบวกแทนอัลบูมินของมนุษย์เป็นตัวพา ทำให้โมเลกุลจับกับปลายประสาทได้นานขึ้น ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้ 5–7 เดือนในกลุ่มที่ตอบสนองดี ราคาอ้างอิงในไทยประมาณ ไม่มีราคาตลาดอย่างเป็นทางการ (อ้างอิงสหรัฐราว 18,000–25,000 บาทต่อการรักษา) ขณะที่เกาหลีอยู่ราว ไม่มีราคาตลาดอย่างเป็นทางการ (อ้างอิงสหรัฐราว 18,000–25,000 บาทต่อการรักษา) ยังเทียบราคาไทยกับเกาหลีไม่ได้เพราะไม่มีทะเบียนในทั้งสองตลาด สถานะทะเบียน: ไทย ยังไม่พบทะเบียน / เกาหลี ยังไม่พบทะเบียน

ข้อมูลสำคัญ

ประเภท
โบทูลินัมท็อกซิน
ผู้ผลิต
Revance Therapeutics (สหรัฐอเมริกา)
ผลอยู่ได้
5–7 เดือนในกลุ่มที่ตอบสนองดี
ราคาไทย
ไม่มีราคาตลาดอย่างเป็นทางการ (อ้างอิงสหรัฐราว 18,000–25,000 บาทต่อการรักษา)
ราคาเกาหลี
ไม่มีราคาตลาดอย่างเป็นทางการ (อ้างอิงสหรัฐราว 18,000–25,000 บาทต่อการรักษา)
ทะเบียน ไทย/เกาหลี
ยังไม่พบทะเบียน / ยังไม่พบทะเบียน

Daxxify เป็นตัวอย่างของทิศทางใหม่ในกลุ่มท็อกซิน คือแข่งกันที่ระยะเวลาออกฤทธิ์แทนที่จะแข่งราคา ถ้าผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เข้าสู่เอเชียในอนาคต ราคาต่อครั้งจะสูงกว่าแต่จำนวนครั้งต่อปีจะลดลง ผู้บริโภคจึงควรคิดเป็นต้นทุนต่อปีมากกว่าต้นทุนต่อครั้ง

ในเชิงเทคโนโลยี ออกแบบมาเพื่อยืดระยะเวลาออกฤทธิ์ โดยงานทะเบียนในสหรัฐรายงานค่ามัธยฐานราวหกเดือนในเคสร่องคิ้ว จุดนี้สำคัญเพราะเป็นตัวกำหนดว่าเนื้อผลิตภัณฑ์จะแข็งหรือนุ่ม กระจายตัวมากน้อยแค่ไหน และเหมาะกับชั้นผิวระดับใด แพทย์ที่มีประสบการณ์จะเลือกรุ่นย่อยให้ตรงกับตำแหน่งมากกว่าเลือกตามชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว

ตำแหน่งที่นิยมใช้ ร่องคิ้วเป็นข้อบ่งใช้หลัก และมีการใช้นอกฉลากในบริเวณอื่นในตลาดที่อนุญาต การวางแผนที่ดีจะเริ่มจากการประเมินโครงหน้าทั้งใบ ไม่ใช่การเติมเฉพาะจุดที่คนไข้ชี้ เพราะความสมดุลของใบหน้ามาจากการกระจายปริมาณอย่างพอดี ไม่ใช่การใส่ให้มากที่สุดในจุดเดียว

เรื่องความยาวนานของผลลัพธ์ Daxxify อยู่ได้ราว 5–7 เดือนในกลุ่มที่ตอบสนองดี ตัวแปรที่ทำให้สั้นลงคือ อัตราการเผาผลาญสูง การออกกำลังกายหนักสม่ำเสมอ การสูบบุหรี่ ตำแหน่งที่ขยับบ่อยอย่างริมฝีปากและรอบปาก และปริมาณที่ฉีดน้อยกว่าที่โครงหน้าต้องการจริง ส่วนตัวแปรที่ทำให้ยาวขึ้นคือ การฉีดในชั้นที่ถูกต้อง การเลือกรุ่นย่อยที่ตรงกับแรงกดของเนื้อเยื่อ และการเติมซ่อมก่อนที่ผลจะหมดสนิท

เหมาะกับใคร: ผู้ที่เบื่อการฉีดทุกสามเดือนและอยู่ในประเทศที่ผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนแล้ว

ไม่เหมาะหรือควรเลี่ยง: ผู้ที่อยู่ในไทยหรือเกาหลีในขณะนี้ เพราะยังไม่พบทะเบียนในทั้งสองประเทศ การเสนอขายในสองประเทศนี้จึงเป็นสัญญาณอันตราย รวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด และผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

เปรียบเทียบราคาไทยกับเกาหลี ราคาตลาดอ้างอิงในไทยอยู่ที่ประมาณ ไม่มีราคาตลาดอย่างเป็นทางการ (อ้างอิงสหรัฐราว 18,000–25,000 บาทต่อการรักษา) ส่วนในเกาหลีอยู่ราว ไม่มีราคาตลาดอย่างเป็นทางการ (อ้างอิงสหรัฐราว 18,000–25,000 บาทต่อการรักษา) ยังเทียบราคาไทยกับเกาหลีไม่ได้เพราะไม่มีทะเบียนในทั้งสองตลาด อย่างไรก็ตามต้องนับต้นทุนรวมของการเดินทางด้วย ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่าล่าม และเวลาที่ต้องใช้ ถ้าทำหัตถการเพียงหนึ่งอย่างส่วนต่างมักไม่คุ้มค่าเดินทาง แต่ถ้าทำหลายรายการในทริปเดียวหรือทำร่วมกับโปรแกรมอื่น ส่วนต่างจะเริ่มมีน้ำหนัก

สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่วางแผนเดินทาง ข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้คือ ถ้าคลินิกในไทยหรือเกาหลีเสนอ Daxxify ให้ตรวจสอบทะเบียนก่อนเสมอ เพราะผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาโดยไม่ผ่านช่องทางที่ถูกต้องจะไม่มีการรับประกันคุณภาพ การเก็บรักษา หรือความรับผิดเมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์

ความปลอดภัยและการตรวจของแท้ ผลที่อยู่นานหมายความว่าถ้าเกิดผลข้างเคียง เช่น คิ้วตก ก็จะอยู่นานตามไปด้วย จึงควรเริ่มจากขนาดต่ำ ก่อนฉีดควรขอดูกล่องและฉลากที่ยังไม่เปิด ตรวจเลขทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในไทยหรือ MFDS ในเกาหลี ถ่ายรูปล็อตและวันหมดอายุไว้ และให้แพทย์เปิดผลิตภัณฑ์ต่อหน้า ราคาที่ต่ำผิดปกติมักเป็นสัญญาณของสินค้าที่ไม่มีทะเบียนหรือการเจือจางเกินมาตรฐาน

สรุปสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจ Daxxify คุ้มค่าเมื่อคุณเลือกใช้ตรงกับปัญหาที่มีจริง ฉีดโดยแพทย์ที่ประเมินโครงหน้าทั้งใบ และเข้าใจว่าเป็นผลชั่วคราวที่ต้องดูแลต่อเนื่อง ไม่ใช่การแก้ครั้งเดียวจบ การเปรียบเทียบราคาให้ยุติธรรมควรเทียบต่อหน่วยหรือต่อซีซีของสินค้าที่มีทะเบียนเหมือนกัน ไม่ใช่เทียบราคาโปรโมชันกับราคามาตรฐาน

คำถามที่พบบ่อย

  • Daxxify ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน

    โดยทั่วไป 5–7 เดือนในกลุ่มที่ตอบสนองดี ขึ้นกับปริมาณที่ใช้ ตำแหน่งที่ฉีด และการเผาผลาญของแต่ละคน ผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือฉีดในบริเวณที่ขยับบ่อยมักอยู่ได้สั้นกว่าค่าเฉลี่ย

  • ราคาไทยกับเกาหลีต่างกันมากไหม

    ยังเทียบราคาไทยกับเกาหลีไม่ได้เพราะไม่มีทะเบียนในทั้งสองตลาด ราคาอ้างอิงคือ ไทย ไม่มีราคาตลาดอย่างเป็นทางการ และเกาหลี ไม่มีราคาตลาดอย่างเป็นทางการ (อ้างอิงสหรัฐราว 18,000–25,000 บาทต่อการรักษา) แต่ควรบวกค่าเดินทางและค่าล่ามเข้าไปก่อนตัดสินใจ

  • Daxxify ขึ้นทะเบียน อย. ไทยและเกาหลีหรือไม่

    สถานะที่รวบรวมได้คือ ไทย ยังไม่พบทะเบียน และเกาหลี ยังไม่พบทะเบียน ทั้งนี้ทะเบียนเป็นรายรุ่นย่อย จึงควรขอดูกล่องจริงและตรวจเลขทะเบียนกับหน่วยงานก่อนฉีดทุกครั้ง

  • ต้องเว้นระยะกี่เดือนก่อนเติมซ้ำ

    แนวทางที่ใช้กันคือประเมินก่อนผลหมดประมาณหนึ่งถึงสองเดือน เพราะการเติมขณะที่ยังมีเนื้อผลิตภัณฑ์เหลืออยู่ใช้ปริมาณน้อยกว่า และช่วยให้รูปหน้าคงที่ไม่แกว่ง

  • หาฉีด Daxxify ในเกาหลีได้ไหม

    จากข้อมูลทะเบียนที่ตรวจสอบได้ ยังไม่พบการอนุมัติในเกาหลี ผู้ที่ต้องการใช้จึงต้องพิจารณาประเทศที่อนุมัติแล้วเท่านั้น

  • อยู่นานกว่าจริงหรือเป็นการตลาด

    ข้อมูลทะเบียนรายงานค่ามัธยฐานยาวกว่าท็อกซินรุ่นเดิมจริง แต่ค่าเฉลี่ยไม่ใช่คำสัญญารายบุคคล บางคนอาจได้ผลใกล้เคียงกับแบรนด์ทั่วไป

ข้อควรระวังทางการแพทย์

5 ข้อ • ตรวจทานล่าสุด 2026-09-03

ขยายอ่าน
  • เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย การสั่งการรักษา หรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
  • ผลลัพธ์ของการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเทคนิคของแพทย์ผู้รักษา
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีใบอนุญาตและตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจรักษาทุกครั้ง
  • การรักษาบางรายการ (เช่น สเต็มเซลล์บางประเภท) มีเงื่อนไขทางกฎหมายต่างกันในแต่ละประเทศ โปรดตรวจสอบกฎหมายไทยและเกาหลีก่อนเดินทาง
  • ราคา แพ็กเกจ และรายละเอียดบริการอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับสถานพยาบาลโดยตรงก่อนชำระเงิน

ตรวจทานและอัปเดตล่าสุด: 2026-09-03

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

4 แหล่ง • ตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกข้อมูล

ขยายอ่าน
  1. 1. กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาเกาหลี (MFDS)

    https://www.mfds.go.kr/eng/index.do

  2. 2. กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลี (MOHW)

    https://www.mohw.go.kr/eng/

  3. 3. ฐานข้อมูลงานวิจัยการแพทย์ PubMed (NIH)

    https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/

  4. 4. Medical Korea — ข้อมูลการรักษาสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ (KHIDI)

    https://www.medicalkorea.or.kr/

ดูคลังแหล่งข้อมูลอ้างอิงทั้งหมด →

แชร์หน้านี้

อัปเดตล่าสุด: 2026-09-03 · ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรักษา

กลับไปยังแถบหมวดหมู่

เคสเพิ่มความสูง (ยืดขา) ก่อน–หลัง

Dr. Donghoon (DALRI)

ดูคลังภาพทั้งหมด

โปรไฟล์โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมดในหมวดนี้