โครงหน้า / V-line
การศัลยกรรมแก้ไขโครงหน้า (เคสแก้)
การศัลยกรรมแก้ไขโครงหน้า คือการผ่าตัดเพื่อปรับแต่งกระดูกกราม คาง หรือโหนกแก้มใหม่ สำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดมาแล้วแต่ประสบปัญหาโครงหน้าเบี้ยว ไม่สมมาตร หรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามต้องการ โดยใช้เทคโนโลยี 3D-CT ช่วยในการวิเคราะห์โครงสร้างกระดูกที่เหลืออยู่เพื่อวางแผนการแก้ไขให้ได้รูปหน้าเรียวสวยและสมดุลกว่าเดิม
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ไม่พอใจกับผลลัพธ์ความงามจากการศัลยกรรมโครงหน้าครั้งก่อนหน้า
- ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าไม่สมมาตร หรือคลำเจอขอบกระดูกขรุขระหลังการผ่าตัดครั้งแรก
- ผู้ที่รู้สึกว่าโหนกแก้มหรือกรามยังลดลงไม่พอ หรือถูกตัดออกมากเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของเทคนิค
- การวินิจฉัยด้วย 3D-CT: วิเคราะห์มวลกระดูกและโครงสร้างที่เหลืออย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการผ่าตัดซ้ำ
- การแก้ไขโหนกแก้มแบบ High-L: ปรับแก้จุดโหนกแก้มที่สูงที่สุด (MMP) ใหม่เพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติและเรียวเล็กลงกว่าเดิม
- สัดส่วน V-Logic: คำนวณระยะกรามและคางใหม่เพื่อให้ได้รูปหน้าวีเชฟที่สมดุลกับสัดส่วนใบหน้าเฉพาะบุคคล
- การผ่าตัดผ่านกล้องศัลยกรรม: ใช้กล้องส่องตรวจภายในเพื่อช่วยนำทางท่ามกลางพังผืดและป้องกันการกระทบกระเทือนเส้นประสาท
ขั้นตอนการผ่าตัด
- การตรวจร่างกายและประเมินก่อนผ่าตัด: ใช้ 3D-CT และ X-ray เพื่อระบุปัญหาจากการผ่าตัดครั้งก่อนและเช็คมวลกระดูก
- ประชุมทีมแพทย์เฉพาะทาง: ทีมศัลยแพทย์โครงหน้าและศัลยแพทย์ช่องปากร่วมกันวางแผนการผ่าตัดแก้ไข
- การวางยาสลบและเปิดแผล: ผ่าตัดภายใต้การวางยาสลบ โดยเปิดแผลผ่านทางช่องปากหรือไรผมเพื่อซ่อนรอยแผลเป็น
- การปรับแต่งและจัดตำแหน่งกระดูกใหม่: ตัดแต่งส่วนเกินหรือเคลื่อนย้ายตำแหน่งกระดูกให้เข้าที่ และยึดด้วยอุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกที่เหมาะสม
- เย็บปิดแผลและดูแลหลังผ่าตัด: ปิดแผลและดูแลด้วยโปรแกรมลดบวมหรือเลเซอร์เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
การพักฟื้นและดูแลหลังผ่าตัด
- พักฟื้นที่โรงพยาบาล: โดยปกติประมาณ 1-2 คืน เพื่อเฝ้าดูอาการบวมและเช็คการฟื้นตัวอย่างใกล้ชิด
- ช่วง 7 วันแรก: จะมีอาการบวมและช้ำมาก ควรรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อน
- สัปดาห์ที่ 2: แพทย์จะนัดตัดไหม และสามารถเริ่มทำกิจวัตรประจำวันเบาๆ ได้ตามปกติ
- 3-6 เดือน: อาการบวมจะยุบลงจนหมดและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเมื่อกระดูกเข้าที่สมบูรณ์
ข้อควรพิจารณาและความเสี่ยง
- พังผืดจากการผ่าตัดครั้งแรกอาจทำให้การเลี่ยงเส้นประสาทและการตัดแต่งกระดูกทำได้ยากขึ้น
- ปริมาณกระดูกที่เหลืออยู่: หากการผ่าตัดครั้งแรกมีการตัดกระดูกออกมากเกินไป อาจมีพื้นที่จำกัดในการปรับทรงหรือยึดตรึงกระดูกใหม่
- ความเสี่ยงจากการวางยาสลบ โดยเฉพาะในเคสแก้ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดนานกว่าปกติ
คำถามที่พบบ่อย
ควรทิ้งช่วงนานเท่าไหร่หลังผ่าตัดครั้งแรก ถึงจะเริ่มผ่าตัดแก้ไขได้?
ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 6-12 เดือนหลังจากการผ่าตัดครั้งแรก เพื่อให้เนื้อเยื่ออ่อนตัวลงและกระดูกสมานตัวเต็มที่ก่อน
การผ่าตัดแก้โครงหน้ายากกว่าการผ่าตัดครั้งแรกไหม?
ยากกว่าครับ เพราะมีเรื่องของพังผืดและโครงสร้างกระดูกที่เปลี่ยนไปจากเดิม จึงจำเป็นต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโครงหน้าโดยเฉพาะ
ต้องทำ 3D-CT ใหม่สำหรับการผ่าตัดแก้หรือไม่?
จำเป็นมากครับ เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูกที่เหลืออยู่ รวมถึงตำแหน่งของหมุดยึดเดิมก่อนวางแผนการผ่าตัดใหม่
ภาพเคสในหมวดนี้
ภาพรีวิว Before & After





ภาพเคสเป็นผลลัพธ์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันตามโครงสร้างร่างกายและการดูแลหลังผ่าตัด
หัตถการอื่นในหมวดเดียวกัน
- ศัลยกรรมลดขนาดกราม MVT (ปรับรูปหน้าวีไลน์)
- ศัลยกรรมปรับโครงหน้าวีไลน์ (ลดกรามและคาง)
- ศัลยกรรมมินิวีไลน์ (Mini V-Line) ปรับปลายคางให้เรียวสวย
- ศัลยกรรมลดขนาดใบหน้าแบบวีไลน์ (V-Line)
- การผ่าตัดลดโหนกแก้ม High-L
- การผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนเฉพาะบุคคล
- ศัลยกรรมลดขนาดหน้าผากและปรับแนวไรผม
- ศัลยกรรมลดความยาวร่องเหนือริมฝีปาก (Lip Lift)
เรียบเรียงจากข้อมูลทางการของ ID Hospital · ดูหน้าต้นฉบับ